มาอีกแล้ว นวัตรกรรมทางการเมือง
 
 
22 ก.ย. 51
 
     
 
 
     
 
ด้วยความเป็นคนร่วมสมัยการเมืองยุคเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่ พฤษภาคม 2535 จึงกล้าฟันธงว่า หน้าประวัติศาสตร์ “การเมืองใหม่” ที่ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” กำลัง ยกร่าง “ตุ๊กตา” ตีกรรเชียงหนีกระแสตีกลับ เพราะโดนอัดประเด็น “ระบบคิด”ในเรื่อง 70:30 (แต่งตั้ง-เลือกตั้ง) เพื่อหา “ที่ยืน” ในศูนย์กลางอำนาจ ให้กับ “บรรดาผู้ลงแรง ต้องได้อิ่มหน่ำ” ตามคำกล่าวของท่านประธาน “เหมา เจ๋อตุง” นั้น มันเหมือนล้อเกวียนที่หมุนไปติดปลักตมโคลนเหมือนเดิมอีกนั่นแหละ

ประเด็น 70:30 ที่พลิกหนีเป็นเลือกตั้ง ทั้งหมด แต่ต้องจำกัดเป็น การกำหนดสาขาอาชีพ มันก็คือ การ “ล็อคเสปค”เพื่อการ “ฮั้ว” เหมือนที่เราด่านักเลือกตั้งกันปากเปียกปากแฉะ

ระบบคิดที่ว่า คนชนบท จำเป็นต้องถูกชี้นำโดยชนชั้นกลางในเมือง เพราะรู้ไม่เท่าทัน  เป็นทัศนะอันตราย หรือเป็นผืนดินอันอุดมเหมาะสมกับระบอบ “อภิชนาธิปไตย” ( Aristocracy) หรือ ระบบการปกครองของคณะบุคคลชนชั้นสูง

การเลือกตั้งแบบกำหนดสาขาอาชีพโดยอ้างว่า จะได้กลุ่มคนหลากหลายเข้าสู่การเมืองแทนที่จะเป็นนักการเมืองรุ่นเก่านั้น มันก็คือ สิ่งที่สื่อฝรั่งบอกว่า “น่ากลัวกว่าการรัฐประหาร”

ลองดูเส้นทางการเกิดของ ทีวีสาธารณะ และบุคคลที่เข้าไปนั่งบริหาร อาจเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมเครือข่ายบุคคลที่ผลักดันในเรื่องนี้ จึงเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันที่ได้เข้าไปนั่งบริหารเงินปีละหลายพันล้าน

การก่อเกิดขององค์การเกิดใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 40 จึงมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการยกร่างกฎหมายเข้าไปนั่งเป็น “หัว”ในแต่ละองค์กร

ยุครัฐธรรมนูญ 40 บรรดานักวิชาการ นักวิชาเกิน ลอกตำราฝรั่งทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน แล้วเรียกสิ่งที่พวกเขาเสนอว่า “นวัตรกรรมทางการเมือง” หรือ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ทางการเมือง

แน่นอนล่ะว่า ตอนนั้นก็มีข้ออ้างเหมือนสมัยนี้ คือ ป้องกันนักการเมืองชั่ว

ศาลปกครอง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ผู้ตรวจการรัฐสภา เป็นตัวอย่าง

เวลานั้น คนที่ค้าน ศาลปกครอง อย่างเป็นกิจจะลักษณะ คือ “จรัล ภักดีธนากุล” ด้วยเหตุผล อำนาจอธิปไตยแบ่งแยกไม่ได้

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ว่ากันว่าเป็นกลไก ถ่วงดุล ตรวจสอบ โดยยุคแรกมีอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานที่ปรึกษาฯ ที่มาและสัดส่วนสมาชิก มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ แต่การทำหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาฯก็นับว่า เสียของ  ไม่สมราคาคุย จนนึกเสียดายงบประมาณแทน

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ความเป็นประชาธิปไตย ไพร่ฟ้าหน้าใสกันทั้งแผ่นดิน มันขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญจริงหรือ

ก็ในเมื่อคนที่พยายามเสนอตุ๊กตาการเมืองใหม่ก็รู้ๆกันอยู่ว่า  สหรัฐอเมริกา มี Magna Carta ไม่กี่แผ่น แต่ความเป็นประชาธิปไตยของเขามันอยู่ที่จิตสำนึก

ความล้มเหลวของนวัตรกรรมการเมือง อนุวัติตาม รัฐธรรมนูญ 40 จะโทษฝ่ายการเมืองอย่างเดียวก็เท่ากับปัดสวะความรับผิดชอบ  เพราะความอ่อนล้าของการเมืองภาคประชาชนเองด้วยที่ไม่สามารถผลักดันการเมืองให้เดินในกรอบและร่องรอย

ไม่ทบทวนตัวเองก็จมกันอยู่ในปลักตมนี่แหละพี่น้อง
 
 
 
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 

 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats