“ประชาภิวัฒน์” การเดินทางกลับสู่ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ

 
 
15 ก.ย. 51
 
     
 
 
 
"ฟ้าเป็นของนก นายกฯเป็นของป๋า"
 
     
 

เสียงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงประจำหมู่บ้าน แจ้งข่าวให้พี่น้องชาวนา รับทราบถึงโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยกล่าวด้วยภาษาซื่อว่า “เราจะไม่ได้ถูก “เจ๊ก” เอาเปรียบ

คนยุคนี้ อาจไม่เข้าใจ “เจ๊ก” ในความหมายของชาวบ้านชั้นรากหญ้า แถมวันนี้ “ลูกเจ๊ก” พากันออกมากู้ชาติ ด้วยการประดิดประดอยถ้อยคำสวยหรูหลังจากที่โดน “คนรู้ทัน” ชำแหละ “ระบบคิด” ที่ “อับจน” ในเรื่อง การเมืองใหม่ “70 : 30” ว่า ชัดเจนเกินไปกับการตอบโจทย์ “คนที่ลงแรงต้องได้อิ่มหน่ำ”

วาทกรรมใหม่ที่พวกเขาคิด คือ “การเมืองระบอบประชาภิวัฒน์” โดยมีหลักปรัชญาพื้นฐานว่า เพื่อให้คนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในระบอบการเมือง เพื่อเป็นการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

เป็นสูตรสำเร็จที่ไม่ต่างจากนักการเมือง เวลาจะทำอะไรต้องอ้าง “ประชาชน”

และแน่นอนว่ามันมีกลิ่นอายระบบคิด ที่ซุกอยู่ภายใต้ระบบการเมืองใหม่นี้คือ สัดส่วน สส. มาจากการแต่งตั้ง : เลือกตั้ง ตามสูตร “70 : 30”

แต่ “เสียงประชาคม” ขอฟันธงว่า นี่คือ เส้นทางเดินกลับสู่ การเมือง “ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ”ในยุค 2521 

นักรัฐศาสตร์บอกว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบ คือ การประนีประนอมระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย ประชาธิปไตยอย่างสุดกู่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ในขณะเดียวกันสังคมก็ไม่สามารถยอมรับการปกครองใน
ระบอบเผด็จการได้อีก ระบอบการปกครองจึงมีทั้งกลุ่มอำนาจเผด็จการ และกลุ่มประชาธิปไตยอยู่ด้วยกัน
ในการปกครองแบบนี้มีลักษณะพิเศษคือ รัฐสภาประกอบไปด้วยกลุ่มข้าราชการและเทคโนแครตกลุ่มหนึ่ง และกลุ่มนักธุรกิจนักการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง โดยพลเอกเปรม ตินสูลานนท์ เป็นผู้นำประสานประโยชน์ของทุกกลุ่มผลประโยชน์
               
ย้อนไปถึงเงื่อนไขสภาพสังคมที่เอื้อต่อการปลูกต้นประชาธิปไตยครึ่งใบก็คือ หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมา ความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย หลังจากการนองเลือดของนักเรียนนักศึกษาก็ถูกตั้งคำถาม ประชาชนเริ่มเรียกร้องรัฐบาลเผด็จการ แบบจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุผลสำคัญที่สุดคือความอ่อนแอของรัฐบาลผสม และความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการที่จะควบคุมความต้องการ ที่มาจากสังคมประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจและกลุ่มธุรกิจ สังเกตเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถสร้างความมั่นคง กฎระเบียบและรักษากฎหมายได้ ด้วยเหตุนี้ความสนับสนุนต่อ ระบอบประชาธิปไตยจึงค่อย ๆ อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ประชาธิปไตยโดยเฉพาะวิถีแห่งประชาธิปไตยไม่สามารถทำ ให้กลุ่มคนทุกกลุ่มในสังคมพอใจได้ ประชาธิปไตยครึ่งใบจึงเป็นระบบที่ยืนอยู่ได้บนความประนีประนอมระหว่างกลุ่มทหาร และนักการเมืองพลเรือน

ใช่หรือไม่ว่า ระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 สร้างผู้นำการเมืองอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ “บอนไซ” กลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ทั้งกลุ่มทุน ข้าราชการ กองทัพ จนเกิดการเสียดุลแห่งอำนาจ และนำไปสู่การต่อต้าน

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวโดยรวมก็คือ กลุ่มคนที่ “พ่ายแพ้”ต่อ ระบบการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่เคยได้รับการยอมรับว่า เป็น “รัฐธรรมนูญฉบับก้าวหน้าที่สุด” ชนิดประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่าง ไอ้กัน(สหรัฐอเมริกา)กับไอ้เศส(ฝรั่งเศส) ยังต้อง “ยกนิ้ว”

เมื่อ “ทุนนิยมก้าวหน้า” เดินไปไม่ได้  “ศักดินาล้าหลัง” ก็ไม่เอา สุดท้ายมันก็เลยต้องเดินกลับไปสู่ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ที่ ผู้แทนฯ ในสภาฯมาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง เหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

เวลานี้สูตร พธม.เสนอ 70 :30  ซึ่งโดยหลักการสัดส่วน ผู้แทนฯ จะสะท้อนดุลอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆที่มีอยู่ในสังคม

ถ้าวิเคราะห์จากตัวเลขนี้แล้ว การเมืองไทยไปรอดก็ย่อมหมายความว่า ดุลอำนาจของสังคม สัดส่วนของศักดินาล้าหลังมีอยู่ในปริมาณที่มากกว่า ทุนนิยมก้าวหน้า

แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องมาต่อรองกันในรายละเอียด ของสัดส่วนการแชร์อำนาจ

และคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องมีคุณสมบัติเด่น คือ ประนีประนอมกลุ่มผลประโยชน์ได้ทุกฝ่ายเหมือนที่ พล.อ.เปรม เคยดำรงสถานะอยู่ได้ถึง 8 ปี 6 เดือน

ทั้งหลายทั้งปวงประชาชนคนรากหญ้าควรยอมรับด้วยว่า ภายใต้การเมืองระบอบนี้ พวกท่านถูกมองเป็นคนกลุ่มล้าหลัง พวกท่านเหมาะกับ การเมืองระบบชี้นำ

พวกท่านเป็น “ตัวประกัน” ในยามที่พวกเขาต่อรองอำนาจ เป็น “โล่มนุษย์” ในยามที่เขาจะถูกขั้วตรงข้ามเล่นงาน

แล้วพวกท่านก็จะ “โดนเขี่ยเหมือนลิ่วล้อในหนังจีน” ตามเนื้อหาเพลง “ฉันคือประชาชน” ของ “สุรชัย จันทิมาธร”

 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

เปิดสมอง
19 ก.ย. 2008, 01:20
RathPAD SK อ้ายเจ้านี่โง่จริงๆ อย่างที่เอ็งพูดนะหรือเขาเรียกว่าเลือกตั้ง เอ็งจบการเมืองการปกครองมาจาก U ไหนวะ
แซ่บอีหลี
16 ก.ย. 2008, 22:15
RathPAD SK

ตกลงกินข้าวหรือกินฟ่างน้อง อย่าให้เขาจูงจมูกดิ ถ้ากินข้าวอ่ะ

เด่วไล่ไปเล่น แคมฟรอก์ เลย
อิอิ
แซ่บอีหลี
16 ก.ย. 2008, 22:12
คุณ RathPAD SK

ประชาธิปไตยที่แบ่ง จัดชั้นวรรณะ รวย จน หญิง ชาย มันคือประชาธิปไตยตรงไหน พธม.พูดมาให้ชัดเลยดีกว่าว่า อยากให้ คนบ้านท่าพระอาทิตย์เป็นกี่คน รฟท.กี่คน เห็นบอกจะทวงโบนัสไม่ใช่เหรอ แล้วจะเอา กฟผ.กี่คน จะเอาเด็กร้านโอลด์เล้งกี่คน จะได้จบๆ

ปล.อย่าลืมบอกให้ เอเอสทีวีเป็นโทรทัศน์แห่งชาติด้วยน่ะ
ทักษิณ
16 ก.ย. 2008, 16:06
ประชาภิวัฒน์ เลียนแบบมาจากระบอบคอมมิวนิสต์

ระบอบคอมมิวนิสต์ เรียกวิธีนี้ว่าเผด็จการของชนชั้นกรรมาชีพ คณะผู้ปกครอง มาจากการเลือกตั้ง ของสมาชิกพรรค ซึ่งผู้จะเป็นสมาชิกพรรคได้ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด

ระบอบประชาภิวัฒน์ นั้นต้องเรียกว่าเป็นระบอบเผด็จการของ ชนชั้นปัญญาชน โดยอ้างว่าผู้มีการศึกษาน้อย ถูกชักจูง และซื้อเสียงได้ง่าย คณะผู้ปกครองจึงจะต้องมาจากการเลือกตั้งขององค์กรวิชาชีพ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีการศึกษา หรืออยู่ในสังคมชั้นสูง
ส่วนที่ให้เลือกต้ง 30 นั้น เพราะต้องการอำพรางว่าไม่ใช่เผด็จการ
พันธมวยหัวคิด
16 ก.ย. 2008, 15:30
แล้วมึงจะเอา สว. ตามสายอาชีพที่พวกมึงยัดมาก่อกวนสภาไปไว้ที่ไหนดี ต่อไปก็มี สส.สายอาชีพ สว.สายอาชีพ ฝ่ายค้านสายอาชีพ เลอะเทอะไปหมด สส.กล้วยแขก สว.จับจิ้งหรีด ฮะฮะ ขำวะ เอาสมองพวกมึงไปคิดทำมาหากินเถอะ อย่าเอาไปให้พวกทำลายชาติ +เศรษฐกิจมันเอาไปขยำเล่น เกิดมาเป็นคนอย่าโง่เป็นควาย อายแทนว่ะ
RathPAD SK
16 ก.ย. 2008, 15:13
70 ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งโว้ย ตามข่าวไม่ทันแล้วยังนั้งเทียนเขียนข่าวอีก ขุดกรุประชาธิปไตยป่าช้าไหนมา
ถ้าต้องมี 70 ก็มาจากการเลือกตั้งโดยแบ่งตามสายอาชีพ หรือไม่ก็จากระดับรายได้ประชาชน หรือวิธีการอื่นๆที่เป็นประชาธิปไตยซึ่งกลุ่มพธม.เปิดรับความเห็นของประชาชนทุก ภาคส่วนอยู่ตลอดเวลา โดยอาจจะตัดส.ส.ปาร์ตี้ลิสทิ้งซะ เข้าใจบ่บักหำน๊อย
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 

 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats