ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตัดสินใจลี้ภัยทางการเมือง
เป็นชะตากรรม เฉกเช่น ปรีดี พนมยงค์ ,จอมพลป.พิบูลย์สงคราม แม้กระทั่งย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
นับแต่นี้คนไทยจะได้เห็นการบันทึกประวัติศาสตร์ว่า ทักษิณ ชินวัตร คือ โจรปล้นชาติ
เพราะ วันนี้ไม่ใช่วันของผม อย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าในจดหมายแจงเหตุลี้ภัย
หลายคนอาจนึกถึงบทกลอนที่เหล่าประชาคมธรรมศาสตร์ได้ยินผ่านหู ได้เห็นผ่านตา
"พ่อสร้างชาติด้วยสมองและสองแขน
พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี
พ่อของข้านามระบือชื่อปรีดี
แต่คนดีประเทศไทยไม่ต้องการ"
และนั่นก็เป็นบทกลอนปลอบประโลม ของกลุ่มผู้แพ้ในประวัติศาสตร์ ซึ่ง ผลิตซ้ำในกลุ่มคนเล็กๆ และวันนี้อาจถูกอำนาจ กระแสหลัก ครอบงำจนไม่หลงเหลือ วาทกรรม นี้แล้ว
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันจะเกิดกับกลุ่มคนที่นิยมศรัทธาใน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
3 ขาแห่ง อำนาจ บริหาร - นิติบัญญัติ ตุลาการ ทำงานเกื้อหนุนถ่วงดุล แต่เราถูกทำให้เชื่อว่า อำนาจตุลาการ ไม่สามารถละเมิดในเชิงกล่าววิพากษ์วิจารณ์
ทั้งๆที่ในเชิงวิชาการมีเสรีภาพสามารถทำได้
ศาล เป็นอิสระปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ คือ คำยืนยัน ปฏิเสธความข้องเกี่ยวกับการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่เราอยากขอให้ประชาชนคิดต่อไปอีกว่า กฎหมายและรัฐธรรมนูญ เขียนโดย อำนาจพิเศษ หรือกล่าวอย่างตรงไปตรงมาก็คือ อำนาจจากการรัฐประหาร 19 กันยาฯ ใช่หรือไม่
นับแต่นี้การเมืองในระบบรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นขั้วพรรคพลังประชาชน หรือพรรคประชาธิปัตย์ครองอำนาจ มันจะหวนกลับเข้าสู่ยุค บุพเฟ่ คาบิเน็ต อีกครั้ง เนื่องเพราะเราได้ละทิ้งปรัชญาของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เสียสิ้นแล้ว
เราเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวตามที่ถูก การเมืองเล่นงาน
บทเรียนนี้สอนทักษิณ และบริวาร ในการทำงานการเมือง ในการเลือกใช้ผู้คน และการดำรงสถานะแห่งอำนาจ
อำนาจใดจะอยู่ยงค้ำฟ้า เท่าความดี
ปัญหา คือ เราภาคประชาสังคมเรียนรู้อะไรจากการห่ำหั่นของบรรดานักเลือกตั้ง