ประชาธิปไตยผีบอก

 
 
7 ก.ค. 51
 
     
 
 
     
 
ในที่สุด ข้อเรียกร้องอันเป็นความต้องการสูงสุดของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็เผยออกมา

เป็นการเผยที่สะท้อน ID อันแสดงออกเป็น EGO และ Super Egoในความหมายของ Sigmund Freud

ข้อเสนอที่ชักแม่น้ำเกือบทุกสาย โจมตีประชาธิปไตยระบบตัวแทนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง  ก่อนเสนอรูปแบบการเมืองใหม่ โดยเอ่ยอ้างว่าจะเป็นการเมืองภาคประชาชนแบบจริงแท้ นั้นเอาเข้าจริงก็คือ ความพยายามหาที่ยืนในศูนย์กลางอำนาจให้กับตัวเองและเครือข่ายเท่านั้น

การให้นิยาม “ประชาธิปไตยแบบใหม่”ว่า   “ไม่ใช่แค่ต้องให้ความสำคัญกับที่มาหรือกระบวนการในการตัดสินใจใช้อำนาจ  หากแต่ต้องสร้างหลักประกันว่าประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกชนชั้นจะเข้าถึงอำนาจในการตัดสินใจ หรือกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา กรรมกรผู้ใช้แรงงาน คนจนในเมือง คนจนในชนบท ชนเผ่าชายขอบ พ่อค้าวาณิชย์ นักธุรกิจชนชั้นกลาง ผู้หญิง คนพิการ คนด้อยโอกาสทางสังคม” นั้น สะท้อน “ปมด้อย” ของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง
             
ข้อเสนอการเมืองระบบ “โควตาอ้อย” โดย กำหนดให้ สส.มาจากการสรรหา 70 เปอร์เซ็นต์ และมาจากการเลือกตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ นั้นคือ การปฏิเสธหลัก Consensus อันเป็นปรัชญาพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

เพราะเขารู้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ดังที่พยายามบอกกับคนซึ่งไม่ยอมร่วมในแนวทางการเมืองข้างถนนว่า “ถ้าไม่ใช่พวกก็เป็นศัตรู”

เพราะ พวกเขาไม่อาจสร้างการยอมรับจากประชาชนในเวทีเลือกตั้ง แม้จะอ้างมวลชนในสังกัดเป็นเรือนแสน

คิดแบบสามัญที่สุดคือ ภายใต้พื้นฐานระบบคิดนี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่า เมื่อพวกเขามีโอกาสขึ้น “วอ” แห่งอำนาจ  ในยามนั้นจะยังมองเห็นหัวของประชาชน

ก็ในเมื่อ หลัก Consensus  อันยิ่งใหญ่ ยังมองไม่เห็น แล้วหัวดำๆของประชาชนจะมองเห็นได้อย่างไร ?


สังคมไทยมีบทเรียน ระยะเวลาเกือบ 2  ปีที่เครือข่ายของพวกเขา มีโอกาสใช้อำนาจ หลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 2548  สัจธรรมมีโอกาสพิสูจน์ตัวมันเองว่า

“อำนาจได้มาง่าย แต่รักษาไว้นั้นยากยิ่ง”


เอาเข้าจริง ก็ไม่มีคุณูปการใดที่จะเอ่ยอ้าง แม้เพียงธุลีดิน

ทางออก จึงมีประการเดียวคือ ล้มกระดาน แล้วสถาปนา “ตัวกูคือความถูกต้อง”

สิ่งที่เห็นและเป็นไป จากข้อเสนอ “ประชาธิปไตยแบบใหม่” จึงกล่าวได้ว่า  “อวิชชา” ครอบงำของพวกเขาหมดสิ้น

นี่อาจเป็น ผลจาก มนต์แห่ง “องค์จตุคาม” ตลอดรวมฤทธา แห่ง “พญาชิงชัย” ที่พวกเขาบูชาไหว้ 

ย้ำว่า ประชาธิปไตย ที่พวกเราร่วมกันปกป้อง เป็นรูปแบบการเมืองที่คลี่คลาย และอภิวัฒน์จากการต่อสู้กับอำนาจที่กดขี่ ข่มเหง

ขณะที่”ประชาธิปไตยใหม่” ซึ่งกำลังนำเสนอ เป็นเพียง “อวิชชา” ที่ฟังมาจากภูติผี
 
 
 
 
จำนวน ครั้งที่แสดง 
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 

 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats