กรมสอบสวนคดีพิเศษลงเก็บข้อมูลเพิ่มเติมกรณีเกาะทะลุ
 
 
30 ก.ค. 51
 
     
 
อดีตผู้ใหญ่บ้านให้ปากคำ ดีเอสไอ.ยอมรับเคยโต้แย้งออกเอกสารสิทธิ์เกาะทะลุผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานความคืบหน้าจากกรณี พล.ร.อ.เกาะหลัก เจริญรุกข์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)นำเอกสารหลักฐาน ที่เชื่อได้ว่ามีการบุกรุกที่ดินในพื้นที่บนเกาะทะลุ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยื่นให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ (ดีเอสไอ.) เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การออกเอกสารสิทธิ์ ของกลุ่มทุนเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะทะลุ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ต.อ.อโนทัย บำรุงพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานที่ปรึกษากฎหมายกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ. พ.ต.ท.กรวัชร ปานประภากร และ นายประหยัด โรยทั่ว ประธานกลุ่มอนุรักษ์ชายหาดหัวหิน – บางสะพานน้อย 100 ไมล์ทะเล ได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายสว่าง สวัสดิพิบูลย์ อายุ 75 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านชายทะเล ต.ทรายทอง ที่บ้านพัก หมู่ 5 บ้านบางเบิด ต.ทรายทอง เพื่อสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการนำ สค. 1 ไปออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 บนเกาะทะลุ เพื่อนำไปเสนอผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเป็นคดีพิเศษ โดยนายสว่างได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ขณะดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มีนายทุนมาติดต่อให้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ บนเกาะทะลุ แต่ขณะนั้นได้โต้แย้งว่า ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกาะผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมเจ้าหน้าที่ได้กำหนดรายชื่อเพื่อสอบพยานจำนวน 40 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับสารระบบการออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3
ทุกแปลงบนเกาะทะลุ แต่ขณะนี้สอบได้ไม่ถึง 10 ปาก เนื่องจากพยานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เป็นผู้ทุพลภาพ ความจำเสื่อม และบางรายเสียชีวิต ทั้งนี้พยานรายหนึ่ง ซึ่งอ้างตัวเป็นบุตรสาวผู้ที่บุกเบิกที่ดินบนเกาะทะลุ ระบุว่าไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากผู้ครอบครอบครองเอกสารสิทธ์เกาะทะลุ แต่ไม่มั่นใจว่าจะมีน้องของตนได้รับผลประโยชน์หรือไม่ และกล่าวต่ออีกว่าขณะที่ตนยังใช้อยู่บนเกาะนี้ ก็ยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ มีเพียงใบเหยียบย่ำทำกินเพื่อเป็นหลักฐานในการครอบครองสิทธินอกจากนั้น ดีเอสไอ.ยังสอบปากคำข้าราชบำนาญรายหนึ่งอ้างว่า เคยนำคณะไปทำการรังวัดเพื่อออกเอกสารสิทธิ์บนเกาะทะลุเมื่อปี 2510 -2516 แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีหน่วยงานของทหารเรืออ้างการครอบครองสิทธิ

นายประหยัด โรยทั่ว ประธานกลุ่มอนุรักษ์ชายหาดหัวหิน – บางสะพานน้อย 100 ไมล์ทะเล เปิดเผยว่า การสอบสวนพยานบุคคลของดีเอสไอ.มีความคืบหน้าไปมาก แต่ผู้เกี่ยวข้องยังไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ และการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ครั้งน ี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย หากพบว่าเอกสารสิทธิ์บนเกาะทะลุแปลงใดถูกต้องก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าหากพบพิรุธ ก็ต้องก็ควรจะมีการตรวจสอบเพิกถอน นายประหยัดกล่าวต่ออีกว่า ตนยังข้องใจว่าหน่วยงานในระดับจังหวัด ที่เคยตั้งกรรมการสอบสวนหลายชุด ใช้เวลานานหลายปี แต่ไม่มีข้อสรุป เป็นเพราะไม่ได้ให้ความสนใจสอบพยานบุคคลหรือไม่สามารถที่จะหาข้อมูลเชิงลึก แหล่งข่าวจากทีมสอบสวนของดีเอสไอ.ระบุว่า หากพยานบุคคลมีการกล่าวพาดพิงถึงการลงนามออกเอกสารสิทธิ์ นส. 3 บนเกาะทะลุ โดยนายอำเภอบางสะพานน้อยรายหนึ่งที่ลงนามก่อนเกษียณอายุราชการเพียงไม่กี่วัน
เจ้าหน้าที่ก็จะเดินทางไปสอบปากคำ เนื่องจากมีข้อมูลพบว่าก่อนหน้านั้นมีคำสั่งของ นายกอบกุล ทองลงยา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด มีหนังสือสั่งห้ามดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์บนเกาะทะลุ แม้ว่าการลงนามเพื่อนำ สค. 1 ออก นส. 3 จะเป็นอำนาจโดยชอบของนายอำเภอในขณะนั้น

สุริยาพร สังข์ทอง
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats