ฝนเหลือง
 
 
10 ก.ย. 51
 
     
 
 
     
 

ข้อร้องเรียนเรื่องฝนกรดและฝุ่นเหลือง ถูกเปิดเผยจากแกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง โดยระบุว่าเป็นผลพวงจากการมีโรงรีดเหล็กของสหวิริยา ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางสะพานมาเกือบ 20 ปี

ปัญหานี้ถูกโยนเข้าสู่กระบวนการวิทยาศาสตร์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปลายปี 2550 โดยบริษัทเครือสหวิริยาได้นำเสนอข้อมูลชี้แจง ซึ่งอ้างอิงผลตรวจของภาควิชาชีวิวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาพประกอบเอกสารของสหวิริยา)

แต่คำตอบดังกล่าวก็ไม่ได้รับการยอมรับจากแกนนำกลุ่มคัดค้านโครงการโรงถลุงเหล็ก

โดยล่าสุดแกนนำกลุ่มคัดค้านให้สัมภาษณ์ นสพ.มติชนเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2551 ระบุว่า พบปรากฏการณ์ฝนกรดและฝุ่นเหลืองอีก

ในบทสัมภาษณ์ของสุพจน์ ส่งเสียง ตีพิมพ์ใน นสพ.ไทยโพสท์ วันที่ 27 ก.ค.ระบุว่า

"มันมีจริง  หยดเยอะมาก  ตอนแรกเขาประกาศว่าโรงรีดร้อนใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ  นำเข้าจากสิงคโปร์ เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ฯ ไม่เกิน 1.25 แต่พอตรวจวัดจริงๆ ไม่ถึง 1 ด้วยซ้ำ คือดีมากเลย ถ้าคงอยู่อย่างนั้นได้เยี่ยมมาก  แต่พอฟองสบู่แตก ปี 2548  เขารับภาระไม่ไหวไปขอเปลี่ยนกับ สผ.เป็น 2 เปอร์เซ็นต์  แล้ววันหนึ่งเผาน้ำมัน 3 แสนลิตร พอเห็นที่รองน้ำฝนเป็นสีม่วงชาวบ้านก็ไม่กินน้ำ ฝนแรกที่ลงมาปลาหางนกยูงที่อยู่ตามบ่อตายเลย   ส่งผลให้ธุรกิจน้ำดื่มในบางสะพาน  20  กว่ารายเติบโตทันที ชาวบ้านไม่กินน้ำฝน แต่บริษัทบอกว่าชาวบ้านอุปาทานไปเอง"

เขาอธิบายว่าฝนเหลืองไม่ใช่ฝน  แต่เวลาอากาศปิด ลมสงบ จะหยดลงมาเป็นเม็ดๆ กลิ่นฉุนกึก เป็นสีเหลืองและคัน ถ้าจอดรถปิกอัพไว้จะหยดเต็มหลังรถ

"รัศมี  25 กม. ครูวัดหนองฆ้องมาให้ผมติดสติกเกอร์ ผมเห็นหยุดเต็มรถก็ถามว่าบ้านครูอยู่ที่ไหน วัดหนองฆ้อง  ห่างจากที่นี่ไป 25 กม. แต่พอมีข่าวก็หายไป ผมเชื่อว่าเขาเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตาไม่เกิน 1.25% แบบเมื่อก่อน"

"เขาพยายามบอกว่าเป็นขี้ผึ้ง เขาส่งภาพถ่ายตัวอย่างไปให้สถาบันกีฏวิทยา จุฬาฯ เราบอกว่ามันเป็นสารเคมีแล้วไปส่งให้นักวิชาการแมลงทำไม   ทำไมไม่ส่งไปกรมควบคุมมลพิษ สถาบันฯ เขาก็บอกว่าที่ดูจากภาพถ่าย  ไม่ได้วิเคราะห์เข้าห้องแล็บนะ  คาดว่าน่าจะเป็นขี้ผึ้ง บริษัทก็เอาไปขึ้นป้ายเลยว่าขี้ผึ้ง วิเคราะห์แล้ว"

ความหวั่นวิตกที่เกิดขึ้น ได้รับการนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีกครั้งเนื่องจากนายปานชัย บวรรัตนปราณ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด

กรมควบคุมมลพิษ เข้ามารับหน้าที่สร้างความกระจ่างนี้ตามข้อเรียกร้องของแกนนำกลุ่มคัดค้าน

หลังเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือนผลการตรวจสอบออกมาว่า

น้ำฝน ไม่มีสภาพเป็นกรด และฝุ่นเหลือง เป็นเพียงละอองเกสรดอกไม้

แม้แกนนำกลุ่มคัดค้านยังคาใจกับคำตอบดังกล่าว โดยระบุว่า จะส่งเรื่องให้เครือข่ายมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นำไปพิสูจน์อีกครั้ง แต่กองบรรณาธิการเสียงประชาคมเห็นว่า ข้อมูลการตรวจสอบของ กรมควบคุมมลพิษ จะเป็นหลักฐานหนึ่งในการติดตามเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง จึงขอนำมาเสนอ ณ ที่นี้โดยละเอียด ต้องขออภัยที่เอกสารอาจมีปัญหาเรื่องความชัดเจนเนื่องจากเป็นต้นฉบับจากการส่งผ่านเครื่องโทรสาร

 
     
  - ผลการตรวจสอบตัวอย่าง จากศูนย์เชียวชาญเฉพาะทางด้านกีฎวิทยา
- ฝนเหลืองที่บางสะพาน ตอน1 ...หยดเหลืองปริศนา...?
- ฝนเหลืองที่บางสะพาน ตอน2 ..สิ่งที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ คือคำตอบ
- การแจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำฝนเบื้องต้น
- รายงานผลการตรวจสอบฝุ่นสีเหลืองเบื้องต้น
 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ไปปลูกข้าวให้หมดดีไหม?
20 พฤ.ย. 2008, 18:16
ในทางทฤษฎีบอกว่าดูแลได้ ควบคุมได้ กันทุกอุตสาหกรรมนั่นแหละ แต่พอถึงเวลาก็ไม่เห็นจะทำได้สักทีอย่างที่พูดไว้ ดูอย่างเจ้าพระยาสิ จะเสียมิเสียแหล่แล้ว แอบปล่อยน้ำเสียลงประหยัดงบด้วยความมักง่าย
นาย
17 ก.ย. 2008, 08:48
สิ่งที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ควรจะแก้ไข ... เอาทรัพยากรมาใช้ก็ต้องดูแลให้ถูกต้องอย่างถูกวิธี
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats