ข้อร้องเรียนเรื่องฝนกรดและฝุ่นเหลือง ถูกเปิดเผยจากแกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง โดยระบุว่าเป็นผลพวงจากการมีโรงรีดเหล็กของสหวิริยา ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางสะพานมาเกือบ 20 ปี
ปัญหานี้ถูกโยนเข้าสู่กระบวนการวิทยาศาสตร์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงปลายปี 2550 โดยบริษัทเครือสหวิริยาได้นำเสนอข้อมูลชี้แจง ซึ่งอ้างอิงผลตรวจของภาควิชาชีวิวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาพประกอบเอกสารของสหวิริยา)
แต่คำตอบดังกล่าวก็ไม่ได้รับการยอมรับจากแกนนำกลุ่มคัดค้านโครงการโรงถลุงเหล็ก
โดยล่าสุดแกนนำกลุ่มคัดค้านให้สัมภาษณ์ นสพ.มติชนเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2551 ระบุว่า พบปรากฏการณ์ฝนกรดและฝุ่นเหลืองอีก
ในบทสัมภาษณ์ของสุพจน์ ส่งเสียง ตีพิมพ์ใน นสพ.ไทยโพสท์ วันที่ 27 ก.ค.ระบุว่า
"มันมีจริง หยดเยอะมาก ตอนแรกเขาประกาศว่าโรงรีดร้อนใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ นำเข้าจากสิงคโปร์ เปอร์เซ็นต์ซัลเฟอร์ฯ ไม่เกิน 1.25 แต่พอตรวจวัดจริงๆ ไม่ถึง 1 ด้วยซ้ำ คือดีมากเลย ถ้าคงอยู่อย่างนั้นได้เยี่ยมมาก แต่พอฟองสบู่แตก ปี 2548 เขารับภาระไม่ไหวไปขอเปลี่ยนกับ สผ.เป็น 2 เปอร์เซ็นต์ แล้ววันหนึ่งเผาน้ำมัน 3 แสนลิตร พอเห็นที่รองน้ำฝนเป็นสีม่วงชาวบ้านก็ไม่กินน้ำ ฝนแรกที่ลงมาปลาหางนกยูงที่อยู่ตามบ่อตายเลย ส่งผลให้ธุรกิจน้ำดื่มในบางสะพาน 20 กว่ารายเติบโตทันที ชาวบ้านไม่กินน้ำฝน แต่บริษัทบอกว่าชาวบ้านอุปาทานไปเอง"
เขาอธิบายว่าฝนเหลืองไม่ใช่ฝน แต่เวลาอากาศปิด ลมสงบ จะหยดลงมาเป็นเม็ดๆ กลิ่นฉุนกึก เป็นสีเหลืองและคัน ถ้าจอดรถปิกอัพไว้จะหยดเต็มหลังรถ
"รัศมี 25 กม. ครูวัดหนองฆ้องมาให้ผมติดสติกเกอร์ ผมเห็นหยุดเต็มรถก็ถามว่าบ้านครูอยู่ที่ไหน วัดหนองฆ้อง ห่างจากที่นี่ไป 25 กม. แต่พอมีข่าวก็หายไป ผมเชื่อว่าเขาเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตาไม่เกิน 1.25% แบบเมื่อก่อน"
"เขาพยายามบอกว่าเป็นขี้ผึ้ง เขาส่งภาพถ่ายตัวอย่างไปให้สถาบันกีฏวิทยา จุฬาฯ เราบอกว่ามันเป็นสารเคมีแล้วไปส่งให้นักวิชาการแมลงทำไม ทำไมไม่ส่งไปกรมควบคุมมลพิษ สถาบันฯ เขาก็บอกว่าที่ดูจากภาพถ่าย ไม่ได้วิเคราะห์เข้าห้องแล็บนะ คาดว่าน่าจะเป็นขี้ผึ้ง บริษัทก็เอาไปขึ้นป้ายเลยว่าขี้ผึ้ง วิเคราะห์แล้ว"
ความหวั่นวิตกที่เกิดขึ้น ได้รับการนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีกครั้งเนื่องจากนายปานชัย บวรรัตนปราณ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
กรมควบคุมมลพิษ เข้ามารับหน้าที่สร้างความกระจ่างนี้ตามข้อเรียกร้องของแกนนำกลุ่มคัดค้าน
หลังเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือนผลการตรวจสอบออกมาว่า
น้ำฝน ไม่มีสภาพเป็นกรด และฝุ่นเหลือง เป็นเพียงละอองเกสรดอกไม้
แม้แกนนำกลุ่มคัดค้านยังคาใจกับคำตอบดังกล่าว โดยระบุว่า จะส่งเรื่องให้เครือข่ายมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นำไปพิสูจน์อีกครั้ง แต่กองบรรณาธิการเสียงประชาคมเห็นว่า ข้อมูลการตรวจสอบของ กรมควบคุมมลพิษ จะเป็นหลักฐานหนึ่งในการติดตามเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง จึงขอนำมาเสนอ ณ ที่นี้โดยละเอียด ต้องขออภัยที่เอกสารอาจมีปัญหาเรื่องความชัดเจนเนื่องจากเป็นต้นฉบับจากการส่งผ่านเครื่องโทรสาร |