ชาวบ้านบางสะพานลั่นสมานฉันท์ต้องเป็นกลางจริง
 
 
25 มิ.ย. 51
 
     
 

จากกรณีชาวบ้าน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ออกมาคัดค้านโครงการโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่ และนิคมอุตสาหกรรม บนพื้นที่ ต.แม่รำพึง และ ต.กำเนิดนพคุณ กว่า 3 ปี ได้เกิดความขัดแย้ง และความรุนแรง อย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างมากขึ้นในพื้นที่ โดยยังไม่มีฝ่ายใดเข้าไปคลี่คลาย จนล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.30 น. มีเหตุการณ์วุ่นวายที่หน้า สภ.ต.ธงชัย (บ้านกรูด) หลังจากเหตุการณ์ยิงปืนข่มขู่ที่หน้าบ้าน นางจินตนา แก้วขาว แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านกรูด ซึ่งนางจิตนาและชาวบ้านกว่า 300 คน ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ต.ธงชัย ในวันเดียวกัน แต่ได้พบกับกลุ่มคนดังกล่าวที่ สภ.ต.ธงชัย จึงไม่สามารถเข้าแจ้งความได้

นางจินตนา กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า จากที่มีกลุ่มผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้แสดงให้เห็นความชัดเจนแล้วว่าไม่มีความชอบธรรมอย่างที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ที่ชาวบ้านออกมาคัดค้านโครงการด้วยเหตุและผลหลายประการ กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน แม้แต่นายอำเภอก็ไม่เคยเข้าดูแลช่วยเหลือแต่อย่างใด โดยอ้างว่าต้องทำตัวเป็นกลาง ทั้งๆ ที่ความเดือดร้อนจะเกิดกับประชาชนที่เป็น ลูกบ้านในระยะยาว แต่มาวันนี้เหตุใดถึงออกมาตั้งกลุ่มสมานฉันท์ และมีการจัดงานเลี้ยงกินฟรี 500 โต๊ะ โดยไม่มีสาเหตุ

“แต่ชาวบ้านในท้องถิ่นก็รู้ถึงที่มาที่ไปเป็นอย่างดีในเรื่องเหตุผลที่แท้จริงในการจัดงาน และงบประมาณที่ได้มา ที่สำคัญกลุ่มสมานฉันท์ทั้งหมดกลับใส่เสื้อทีมสมานฉันท์ของเครือสหวิริยา ที่มีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงกันอยู่กับชาวบ้านในท้องถิ่น และการออกรณรงค์ของทีมสมานฉันท์ ที่มีกำนันตำบลแม่รำพึง นายสมบูรณ์ ภู่งาม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 นายพุด จงบรรจบ ออกมาแสดงตัวเป็นแกนนำ โดยออกโจมตีการคัดค้านของกลุ่มชาวบ้าน โดยใช้กลุ่มวัยรุ่นใส่หมวกคลุ่มหน้า มีการคุกคามชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง มีอาวุธครบมือ เช่น ไม้กระบอง มีดดาบ ไม้กอล์ฟ ปืน แม้แต่ใน สภ.ตธงชัย คนกลุ่มนี้ก็ยังนำอาวุธเข้าไป เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ ทางชาวบ้านได้บันทึกเป็นภาพ วีดีโอ ไว้ได้อย่างมากมาย เพื่อเป็นหลักฐาน ในการที่จะตั้งคำถามว่าการที่กลุ่มผู้นำเหล่านี้ออกมาแสดงท่าทีสมานฉันท์ แต่การกระทำที่แท้จริงเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ตัวตนของคนเหล่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นคนของรัฐเช่นกัน แต่ที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ทำไมไม่มีการตรวจสอบหรือจัดการกับกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้ จากผู้ที่เกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย ” นางจินตนากล่าว

ด้าน นายวิฑูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กล่าวว่า “ ผมเป็นคนหมู่ที่ 1 ตำบลแม่รำพึงโดยกำเนิด และรู้จักกำนันเป็นอย่าดี ครั้งหนึ่งกำนันเคยมานั่งฟังเหตุผลการคัดค้านของตนเช่นกัน และยังซื้อกาแฟบริจาคด้วยและให้เหตุผลว่าท่านต้องเป็นกลางเพราะเป็นกำนัน แล้ววันนี้ทำไมถึงไม่เป็นกลางอย่างเดิมล่ะ และการที่บอกว่าคนที่คัดค้านในพื้นที่มีเพียง 40 คนนั้น เท่านี้ก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้วว่าอะไรเป็นอะไร การสมานฉันท์จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยว หรือ แทรกแซงกิจกรรมของฝ่ายใดทั้งสิ้น และอีกอย่างหนึ่งที่กลุ่มชาวบ้านรู้สึกแย่ก็คือการใช้เงินสร้างความแตกแยกของกลุ่มทุนเองที่มีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อย่างกรณี นายมานิตย์ วิรุณรังสรรค์ หรือ ติ่ง ที่เคยเข้ามาร่วมรับฟังข้อมูลในกลุ่มผู้คัดคานมาก่อนนั้นก็จริง แต่เข้ามาร่วมในฐานะชาวประมงพื้นบ้าน ไม่ได้เป็นแกนนำแต่อย่างใด ไม่ใช้แม้แต่คณะทำงานของกลุ่ม และออกจากกลุ่มไปโดยให้เหตุผลว่าต้องไปเป็นคนจัดการเรื่องเงินกองทุนกู้ยืมของกลุ่มทุนที่โยนลงมาในหมู่บ้าน และรับปากว่าจะเป็นคนส่งข่าวความเคลื่อนไหวของด้านกลุ่มสมานฉันท์ให้ทางชาวบ้านทราบตลอด และก็ได้ส่งข้อมูลข่าวมือปืนตางๆ ให้ตลอดแต่ชาวบ้านก็ไม่เคยไว้วางใจเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป”

“ที่ผ่านมาทางกลุ่มไม่เคยกดดันใคร หรือปลุกระดมใคร ทุกคนที่คัดค้านเรียนรู้ข้อมูลจริง ศึกษาจริงรู้จริง จนมีองค์กรต่าง ๆ มาเรียนรู้อย่างต่อเนื่องกว่า 60 องค์กรทั่วประเทศ โดยเฉพาะบุตรชายของนายมานิตย์ เองที่อ้างว่าถูกระเบิดปิงปอง ซึ่งก่อนหน้าบุตรชายของนายมานิตย์ ทางกลุ่มยังนำมาเข้าร่วมค่ายเยาวชนดนตรีจากการจัดค่ายของ วงดนตรีโฮปแฟแมลี่ร่วมกับ ส.ส.ส. อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงเจตนารมที่ดีของกลุ่มอย่างชัดเจน และการที่ได้รับบาดเจ็บโดยอ้างว่าถูกระเบิดปิงปองนั้นทางชาวบ้านท่านหนึ่งได้บันทึกเหตุการณ์และกำลังตรวจสอบภาพ วีดีโออยู่ โดยมีพยานเห็น และประกอบกับภาพ วีดีโอ แล้วเป็นการนำมาเล่นเองและเกิดระเบิดขึ้น และน่าจะเป็นเพียงประทัดไม่ใช้ระเบิดปิงปองอย่างที่อ้าง ” นายวิฑูรย์กล่าว

ส่วน นายสุพจน์ ส่งเสียง รองประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กล่าวว่า “อยากให้ทุกฝ่ายมองและแก้ปัญหาที่สาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมชาวบ้านไม่อยากให้ขยายนิคมอุตสาหกรรมที่บางสะพาน เรื่องมันหน้าจะใหญ่กว่าการที่ปล่อยให้ กลุ่มผู้ใหญ่ กำนันออกมาเคลื่อนไหวอย่างนี้ แม้แต่สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิโดยชอบธรรมต่อชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านกว่า 3 ปี กลุ่มผู้นำท้องถิ่นก็ยังไม่ทราบ ไม่เรียนรู้ ยังละเมิดสิทธิชาวบ้านทุกวัน โดยเฉพาะอิทธิพลท้องถิ่น ก็ยังมีให้เห็นเกลื่อนเมืองอยู่เหมือนเดิม และอยากให้ทำความเข้าใจแยกระหว่างผลกระทบทางสุขภาพ มลภาวะ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตอาชีพ ที่จะเกิดขึ้นระยะยาวของชาวบางสะพาน ชาวประจวบฯ กับคำว่าสมานฉันท์ มันไม่เกี่ยวกัน”

ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 18 มิ.ย.นางจินตนา แก้วขาว ก็ได้เข้าแจ้งความ กับ ร.ต.ท.จตุพล คงถาวร (สบ.1) ร้อยเวรสอบสวน สภ.ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จากที่มีกลุ่มขบวนรถสมานฉันท์ เข้าคว้างปาท่อนไม้และกระบอง ลูกกอล์ฟ ก้อนหิน รวมทั้งยิงปืนข่มขู่ 5 นัด ที่บริเวณหน้าบ้าน โดยขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้เร็วเนื่องจากเป็นการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะในเวลากลางวัน ข่มขู่คุกคามโดยที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก รวมถึงเด็กนักเรียนในช่วงเวลาเลิกเรียนพอดี


จาก : ประชาไท

 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats