สหวิริยาฯ เร่งสร้างโรงถลุงเหล็กภายในปีนี้

 
 
12 มิ.ย. 51
 
     
 
 
 

ตลท. 12 มิ.ย.-นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามต้นทุนและวัตถุดิบ ทั้งราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่ปรับขึ้น ซึ่งคาดว่าราคาเหล็กยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงถึงร้อยละ 97 ดังนั้น หากเศรษฐกิจประเทศจีนและอินเดียขยายตัวสูงขึ้นมีการบริโภคและการลงทุนมากขึ้น กำลังการผลิตเหล็กอาจจะขยายตัวตามไม่ทัน

ทั้งนี้ จากการประเมินของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ที่คาดการณ์ว่าในปี 2561 หรือ 10 ปีข้างหน้าความต้องการใช้เหล็กในประเทศจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 12 ล้านตัน/ปี เป็น 24  ล้านตัน/ปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายกำลังการผลิต โดยบริษัทเตรียมจะยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนรอบใหม่ เพื่อก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กกำลังการผลิต 5 ล้านตัน/ปี มูลค่าการลงทุน 90,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ โดยเป็นการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนรอบที่ 2 เนื่องจากโครงการที่ได้รับอนุมัติรอบแรกหมดระยะเวลาส่งเสริมการลงทุนแล้ว โดยในอนาคตบริษัทอาจจะนำโรงงานถลุงเหล็กเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ด้วย

“หลังจากที่รัฐบาลให้ความชัดเจนในการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็ก บริษัทจะเร่งดำเนินการก่อสร้าง เพราะหากล่าช้าค่าวัสดุในการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ยังโชคดีที่เงินบาทแข็งค่า ทำให้สามารถช่วยเฉลี่ยต้นทุนได้ ส่วนเรื่องเงินทุนบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารเพื่อส่งเสริมการส่งออกของประเทศจีน ให้สนับสนุนเงินกู้ซื้อเครื่องจักรของประเทศจีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากยุโรป โดยสัดส่วนการเงินลงทุนในการซื้อเครื่องจักรสำหรับโรงถลุงเหล็กประมาณร้อยละ 70 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด” นายวิน กล่าว

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 บริษัทคาดว่าน่าจะดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากราคาเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาเหล็กปรับขึ้นมาร้อยละ 50 ขณะที่ความต้องการเหล็กประเภทคุณภาพสูงจะเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทก็เน้นขายสินค้าประเภทดังกล่าว

ด้านนายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กฯ เปิดเผยว่า ความต้องการใช้เหล็กในประเทศไทยในปีนี้จะยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าน่าจะเติบโตร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 12.87 ล้านตัน และเชื่อว่าภาคการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในประเทศไทยจะยังคงเติบโต แต่ให้จับตาช่วงครึ่งปีหลัง ที่คาดว่าความต้องการใช้เหล็กอาจจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ที่มีความต้องการใช้ขยายตัวร้อยละ 7-8 เพราะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศลดลงจากสถานการณ์ทางการเมือง.-402

 
     
  จาก อสมท.  
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 
     
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats