ประวัติกรำศึก อุตฯ-ชุมชน
ดูเหมือนผู้ว่าฯปานชัย พอจะเห็นแนวรบที่ประเดประดังมาหลายด้าน แต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่าประสบการณ์บนเส้นทาง นักปกครอง นับแต่ปี 2521 ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ ระดับ 4
สำนักงานจังหวัดระยอง จนถึงปัจจุบัน ก็ผ่านประสบการณ์ในพื้นที่ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชนมานับไม่ถ้วน
ผมผ่านประสบการณ์อย่างนี้มามากพอสมควร ที่ จ.ระยอง ผมเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดตั้งปี 2522 สลับไปก็ 2530-31 ข้ามไปอีกที 2535 รวมแล้วอยู่ระยองหลายรอบ ซึ่งระยองเป็นเมืองท่องเที่ยว พานิชย์การ และการประมง มาโดยตลอด รัฐก็เลือกเอาอุตสาหกรรมมาลง แต่เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งต้นน้ำปลายน้ำ เพราะเรามีก๊าซมาขึ้นที่มาบตาพุด โรงแยกแก๊สโรงแรกที่เกิดขึ้นก็เกิดการต่อต้าน ตั้งแต่ทีพีไอ ไปสร้างแซนด์วิซเมืองระยอง เมืองอยู่ตรงกลาง มีโรงงานปิโตรเคมีเป็นแซนด์วิส เราก็ต่อสู้กันมา ผมก็เห็นเหตุการณ์มาตลอด แต่สุดท้ายแล้ว สมัยนั้นการต่อต้านก็ยังไม่มีเอ็นจีโอ
ผู้ว่าฯปานชัย บอกว่า จะเอาบทเรียนจากอดีตมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่จังหวัดประจวบฯ แต่แน่นอนว่าย่อมเป็นงานหินกว่ามาก
เราก็เอาบทเรียนตรงนั้นมา แต่ของเราจะยากยิ่งขึ้น แต่ผมให้คำมั่นว่า เราต้องยึดหลักกฎหมายของบ้านเมืองหลัก ใครจะมาละเมิดกฎหมายไม่ได้ ถ้านักลงทุนทำสิ่งที่ถูกต้อง ที่ดินก็ชอบด้วยกฎหมาย การอนุญาตก็ๆได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือต่อสุขภาพผ่านเรียบร้อย ท่านก็สามารถทำได้ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐก็คือ ทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นตามวิสัยทัศน์ของรัฐ
วาทะ มึงสร้างกูเผา คือ การขัดขืนที่ประกาศไปทั่วจังหวัดประจวบฯของกลุ่มคัดค้าน ผู้ว่าฯปานชัย บอกว่า
ตัวอย่างที่เกิดมาแล้วก็คือ ที่ภูเก็ต กรณี แทนทาลั่ม ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ใครเผาก็ติดคุก ถึงจะเป็นนักการเมืองก็ว่าไป แต่มันก็น่าคิดว่า เขาสามารถต่อต้านได้สำเร็จ แม้สร้างโรงงานเสร็จแล้ว แต่มันเกิดเหตุการณ์บุกรุกและทำลายทรัพย์สิน บทเรียนเหล่านี้ภาครัฐก็ต้องนำมาทบทวน
ยังมีกรณีวิวาทะเหมืองโปรแตสที่อุดรธานีคาบเกี่ยวกับสกลนครตอนบนซึ่ง ผู้ว่าฯ ปานชัยเคยไปเป็นพ่อเมืองมาอีก
ประชาธิปไตย-เผด็จการสุดโต่ง
ในทัศนะนักรัฐศาสตร์ ผู้ว่าฯปานชัยมองว่า ตันประชาธิปไตยที่นำเข้ามาจากตะวันตก ปลูกในประเทศเมืองร้อนแบบบ้านเรา ยังเป็นปัญหา
รัฐธรรมนูญภาคประชาชน ให้สิทธิชุมชนเป็นหลัก เกิดองค์กรในการตรวจสอบมากมาย ไม่เฉพาะแต่การเมือง หน่วยงานอื่นๆซึ่งผมเองก็ยังไม่เข้าใจบทบาท ยกตัวอย่าง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ตอนนี้ก้าวเข้ามาสู่การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินย้อนหลัง เมื่อก่อนผมอยู่จังหวัดอื่นไม่เคยเห็นตรงนี้ แต่เข้ามาประจวบฯเห็นบทบาทเริ่มชัดแล้ว มีหนังสือแจ้งมามหาดไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สั่งมาที่ผู้ว่าฯ สงสัยที่ดิน ซึ่งกรรมการสิทธิตรวจสอบแล้ว ได้มาซึ่งการละเมิดสิทธิชุมชนและกฎหมาย ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าถ้านักธุรกิจได้ซื้อที่ดินตามเอกสารสิทธิที่มีอยู่ทั่วไป แล้วเอาไปจำนองกับแบงก์เพื่อเอาเงินมาลงทุน วันนี้มีการตรวจสอบไปถึงแบงก์ด้วย มันจึงเป็นเรื่องยากเวลาทำงานพัฒนาอะไร
มหาดไทยพูดมานานแล้วว่า การเป็นเผด็จการมันก็ไม่ดี การเป็นประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่นี้มันก็ไม่ดี เพราะมันสุดโต่งไปหมด ขัดกับหลักการพุทธศาสนาที่ให้เดินสายกลาง วันนี้มันสุดโต่งเพราะเรามีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยสุดโต่งแต่คนของเราไม่พร้อม ผู้ว่าฯปานชัยสรุป |