สามจังหวัดภาคใต้ในสงครามซ่อนหา-ฆาตกรซ่อนเร้นกับการวางอาวุธในจอทีวี
มาลีกี  อับบาส
21 ก.ค. 51
 
 
     
 
เที่ยงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑  ตามเวลาประเทศไทย คนไทยผู้สนใจปัญหาภาคใต้เกือบทุกคน รวมทั้งบางคนที่เป็นชาวต่างประเทศที่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ที่ได้ยินคำประกาศของผู้ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มใต้ดินรวมภาคคงจะมีอารมณ์ร่วมกันอยู่๒-๓ ประการคือ

ประการที่หนึ่งดีใจที่ประเทศไทยจะได้คืนสู่ภาวะปกติอีกครั้งหลังจากเกิดภาวะกึ่งสงครามกึ่งสงบ เนื่องจากการก่อกวนและการใช้กำลังทำร้ายทรัพย์และชีวิตของขบวนการต่างๆในพื้นที่ มายาวนาน

ประการที่สอง มีอารมณ์แปลกใจที่อยู่ๆการต่อสู้ทีมีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบร้อยปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเป็นรัฐชาติอย่างสมบูรณ์ มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาประกาศวางอาวุธโดยไม่มีเงื่อนไข

ประการที่สาม เป็นอารมณ์และความรู้สึกของกลุ่มคนทีติดตามสถานการณ์ภาคใต้อย่างใกล้ชิดยิ่ง คนกลุ่มนี้คิดถึงการประกาศครั้งนี้ว่าน่าจะเป็นเรื่องตลกล่วงโลก-ล่วงคนไทย หรือเปล่า

คนไทยกลุ่มแรกที่ได้ยินคำประกาศนี้ส่วนที่ดีใจเพราะเชื่อว่าการดำเนินการของ พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร  และผู้ออกมาแสดงตนว่าเป็นหัวหน้าของขบวนการใต้ดินรวมภาคใต้เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่สามารถทำให้เหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้จริง หลังจากเกิดความรุนแรงในช่วงหลังอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ ๕ ปี

คนกลุ่มที่สอง คิดว่าการต่อสู้ของกำลังติดอาวุธ ซึ่งมีหลายกลุ่มหลายหัวหน้านั้น ยากที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะมาชี้นำ โดยไม่มีการต่อรองใดๆตามที่ออกมาประกาศ ในภาวการณ์การต่อสู้ของขบวนการในสามจังหวัดภาคใต้ มีกลุ่มหลักถึง ๖ กลุ่มที่มีกำลังคนกำลังอาวุธและมีการเคลื่อนไหวสู้รบ กลุ่มเหล่านี้เคลื่อนไหวโดยอิสระตามทิศทางของกลุ่มตั้งแต่ระดับสูงถึงระดับปฏิบัติการ  จะเป็นแนวรวมกันบางในส่วนที่เป็นการเคลื่อนไหวพื้นฐานเท่านั้น

กลุ่มที่สาม กลุ่มที่ติดตามปัญหาภาคใต้อย่างใกล้ชิดหลังจากตั้งหลักได้จึ่งได้ประมวลข้อมูล เนื่องจากการประกาศนี้กลุ่มผู้สนใจรู้ระแคะระคายก่อนจะออกโทรทัศน์เพียง ๒๔ ชั่วโมง เมื่อประมวลข้อมูลแล้วจึ่งสรุปไปในทิศทางที่ใกล้เคียงกันว่า น่าจะเป็นละครล่วงโลก-หลอกสังคม ที่ชวนดาราที่ไม่เคยได้เคยเป็นพระเอกตัวจริงออกมาแสดงนำเป็นตัวเอก โดยไม่บอกกล่าวว่าชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นใคร มีบทบาทเด่นในอดีตเป็นอะไร คนที่เคยเป็นพระเอกต้องยากที่จะประกาศตัวเอง

แถมออกมาประกาศยุติการปฏิบัติการณ์ ด้วยสำเนียงบาฮาซามลายูแทนที่จะเป็นการพูดภาษามลายูปัตตานีนั้น บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจมวลชนและกองกำลังปฏิบัติการในพื้นที่ ที่จะต้องสื่อสารกันด้วยความใกล้ชิด และเข้าอกเข้าใจด้วยภาษาปกติของพื้นที่

การสื่อกันด้วยภาษาทางการที่ไม่ได้ใช้กันในพื้นที่ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกและอารมณ์ของมวลชน และผู้ปฏิบัติงานในทุกกลุ่มของพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของการปฏิบัติของหัวหน้ากลุ่มในพื้นที่สามจังหวัด ที่รู้ว่าผู้ร่วมขบวนการนั้นภูมิใจในชาติพันธ์ของมลายูปัตตานี ไม่ใช่มลายูมาเลเซีย หรืออินโดนีเซียมลายู

ภูมิหลังของผู้ออกมาประกาศแถลงการณ์นี้  กลุ่มที่ติดตามสถานการณ์พอที่จะทราบภูมิหลังได้  หากย้อนไปในช่วงที่พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ปี ๒๕๓๖ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มหนึ่ง พร้อมนายทหารปฏิบัติการระดับพันเอกและพลตรีในพื้นที เคยไปเจรจาอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่ออกมาประกาศหยุดยิงทั้งตัวพี่ นายมะรีเป็ง  คานผู้ออกมาอ่านแถลงการณ์ภาษามาลายูและคนน้อง นายซำซูดิง คาน ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ มาแล้ว และในช่วงปี ๒๕๔๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกพรรคหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นัดแนะคนกลุ่มนี้มาพูดคุยหาทางออกในนครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในช่วงของการประกอบพิธีฮัจยฺของปีนั้น การพูดคุยทางสองครั้งไม่ได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราว

ผู้เขียนได้สอบถามไปยังอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้พบปะกับนายมะรีเป็งในปี ๒๕๔๐  เขายืนยันว่า มีการพบปะกันจริง เพราะนายมะรีเป็งและครอบครัว เป็นกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ มีบ้านอยู่ติดๆกัน ในตัวอำเภอยะหรัง จังหวัดปัตตานี เขาเป็นคนส่งพี่น้องสองคนนี้ไปเรียนที่ซาอุดีอาระเบียด้วยตัวเอง ในช่วงที่ทั้งสองอายุประมาณ๑๗-๑๙ ปี วันนี้ทั้งสองอายุอยู่ในช่วง ๕๔-๕๗ แล้วแต่ไม่เคยกลับมาเมืองไทยอย่างเปิดเผย จะกลับมาแค่ประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น

เมื่อเรียนและทำงานในซาอุได้สักระยะหนึ่ง จึ่งได้รับการชักนำจากต่วนกูบีรอ กอตอนีลอ หัวหน้าขบวนการพูโลให้ไปเรียนและและทำงานร่วมกันในซีเรีย จากซีเรียจึงไปรวมกันเคลื่อนไหว เรื่องปัตตานีในสวีเดนกับคนไทยมลายูอื่นๆ

วันนี้ครอบครัวนี้รวมทั้งพ่อแม่ผู้ชราก็อาศัยรวมกันในสวีเดน โดยผู้เป็นพ่อกลับมาป่วยในประเทศเพื่อนบ้าน แต่อดีตส.ส. เพื่อนบ้านรับกลับมาดูแลที่ปัตตานีและสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยที่สองพี่น้องไม่ได้กลับมาแต่อย่างใด

อดีตส.ส.เพื่อนบ้าน บอกกล่าวถึงบุคลิกของสองพี่น้องว่า คนพี่มักจะมีอารมณ์ขัน ค่อนไปทางตลกโปกหา คนน้องเป็นคนที่เอาจริงเอาจังมากกว่า วันนี้นายซำซูดิงกำลังป่วย ไม่สามารถออกมาเคลื่อนไหวอะไรได้

ต่วนกูบีรอหัวหน้าขบวนกาพูโลเคยเรียกใช้ทั้งคู่อย่างใกล้ชิดมาตลอด จนป่วยหนักและสิ้นไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ นี้เอง

ส่วนคนที่ออกมาแถลงเป็นภาษาไทย สำเนียงภาษาไทยของชาวมาลายูไทยใน ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลานั้น อดีตส.ส.คนเดิมบอกว่ามีชื่อจัดตั้งว่า ลุคมัน เป็นคู่หูคนสนิทของสองพี่น้อง แต่บางกระแสว่าไม่ใช่ เป็นอีกคนที่มีพื้นเพเดิมอยู่ในเขตอำเภอเทพาจังหวัดสงขลา

ผู้ติดตามปัญหาภาคใต้อย่างใกล้ชิดในจังหวัดยะลากลุ่มหนึ่งวิเคราะห์ให้ฟังว่า หลังจากต่วนกูบีรอหัวหน้าพูโล ป่วยจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างจริงจัง ในกลุ่มพูโลเก่าก็มีการช่วงชิงการนำมาตลอด กลุ่มสองพี่น้องนี้ก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่พยามยามจะยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ศักยภาพในปัจจุบันเกือบจะไม่มีอะไรเลย ช่วงที่ตั้งรัฐบาลชุดนี้ใหม่ๆ กลุ่มนี้เคยติดต่อมายังอดีตนักการเมืองเพื่อนเก่า เพื่อขอเจรจากับรัฐบาลมาแล้ว

เกี่ยวกับประเด็นนี้ผู้เขียนได้สอบถามไปยังอดีตส.ส.ท่านนั้นอีกครั้ง ได้รับการยืนยันว่า นายมะรีเป็ง ติดต่อมาจริง และได้นำเรื่องนี้ปรึกษารัฐมนตรีทางด้านความมั่นคงคนหนึ่ง จนมีการให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ถึงเรื่องนี้ แต่ถูกกระแสสังคมไม่ตอบรับ เมื่อถามไปว่าเชื่อได้แค่ไหนว่ากลุ่มนายมะรีเป็ง จะสามารถควบคุมหรือสั่งการไม่ให้มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นอีก เขาตอบว่าเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะคนกลุ่มนี้เคยเป็นฐานในการฝึกเยาวชนเพื่อการสู้รบมาหลายรุ่น เคยส่งไปฝึกในมินดาเนาฟิลลิปปินส์ ในเมดานอินโดนีเซีย ในอัฟกานีสถาน ในปากีสถาน ร่วมทั้งในตะวันออกกลางมาหลายรุ่น และเคยเรียกฝึกงานการเมืองในแถบประเทศสแกนดิเนเวียนมาด้วยเช่นกัน  เยาวชนที่ถูกฝึกจำนวนหลายรุ่นเหล่านี้คือแกนนำของพื้นที่    เขาซ้ำว่านายมะรีเป็ง เป็นเครือญาติที่ใกล้ชิดกับนายซาฟิอิง บาซอ อดีตผู้บริหารโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ที่กุมสภาพเยาวชนในสามจังหวัดที่กำลังลบหนีอีกด้วย

นี่เป็นทัศนะของนักการเมืองที่เคยพบปะกับคนกลุ่มนี้ ทั้งในประเทศซาอุดีอาระเบียในปี ๒๕๔๐ และในสวีเดนในในเวลาต่อมา และมีการติดต่ออย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ด้วยความหวังว่าบ้านเกิด ปัตตานีจะสงบสุขอีกครั้งด้วยการเจรจา แม้ว่าการออกมาประกาศในครั้งนี้ ตัวเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่เขาเชื่อว่านายทหารเพื่อนของเขาที่เคยเริ่มต้นในปี ๒๕๓๖ ซึ่งวันนี้มียศเป็นพลโท พลตรี เป็นคนหนึ่งที่ประสานงานให้อดีตรัฐมนตรีกลาโหม พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร เป็นผู้นำแถลงการณ์ยุติการสู้รบมาออกอากาศ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานมีการชักชวนให้เขาไปสวีเดนด้วย

แหล่งข่าวในปัตตานีกลุ่มหนึ่งยืนยันเรื่องที่อดีตส.ส.บอกกล่าวว่าเป็นความจริง วันนี้น้องๆของอดีตส.ส.ซึ่งใช้ชีวิตในสวีเดน ก็มีความใกล้ชิดและพึ่งพาอาศัยกันกับสองพี่น้องตลอดเวลา

ส่วนกลุ่มที่ไม่เชื่อว่ากลุ่มนายมะรีเป็งมีอำนาจในพื้นที่จริง นอกจากจะบอกว่าเป็นเรื่องของการฉวยโอกาสชิงการนำเพื่อสร้างภาพในเวทีโลกมุสลิม ของสายสองพี่น้องในกลุ่มพูโลเก่า หลังหัวหน้าตาย
กลุ่มที่ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง บอกว่ากองกำลังหลักๆ ๖ กลุ่มในพื้นที่ ๓ จังหวัดมีแนวทางที่แน่ชัดของตัวเอง หากจะตกลงวางอาวุธกันจะต้องมีข้อต่อรองที่ทุกกลุ่มยอมรับรวมกัน

กลุ่มมะรีเป็งนั้นเปรียบเสมือนข้าราชการเกษียณอายุที่ไม่มีอำนาจอะไรเหลือแล้วนอกจากภาพในอดีต สันติสุขในพื้นที่จึงเลื่อนลาง ปัญหาจึงซ่อนหาและซ่อนเร้นอีกต่อไป เรื่องนี้จึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่มีเจตนาดีแต่ไร้เดียงสาไปหน่อย เพราะมีคนได้ฝายเดียวคือกลุ่มนายมะรีเป็งในพูโลเก่า คนไทยส่วนอื่นคงจะได้รับผลในความฝันเท่านั้น แต่หลังจากตื่นจากความฝันความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้น จากการปราบปรามและจากการปฏิบัติการของกลุ่มอื่นเพื่อแสดงศักยภาพ

หลังการออกโทรทัศน์เพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับนายทหารระดับรับผิดชอบในพื้นที่สามจังหวัด ท่านนายพลได้ระบายออกมาว่า “ พวกเราได้เตรียมเสบียง เตรียมเรือ จะออกจากท่าอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าใครฉวยโอกาสเจาะเรือให้ล่ม เลยต้องเริ่มต้นกันใหม่ “

จากคำพูดที่สะท้อนออกมาจับความได้ว่า การออกมาประกาศวางอาวุธ นอกจากจะไม่ได้ผลดีแล้ว น่าจะเป็นเรื่องยุงยากในการนำสันติสุขมาสู่สามจังหวัดอีกด้วย ยุงยากที่อาจจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ในการแก้ไขปัญหาที่กำลังจะคล้ำทาหาสิ่งที่ซ่อนหาได้ถูกทาง เพื่อขจัดสิ่งที่ซ่อนเร้นได้ถูกต้อง
 
     
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats