ไฟใต้ยังลุกโชนต่อเนื่อง ชาวบ้านวัย 51 ปี ตกเป็นเหยื่อสังเวยกลุ่มโจร บุกถล่มยิงดับสยองคาร้านน้ำชา สงสัยเป็นสายให้ทางราชการ อีกรายซุ่มยิงถล่มรถร้อยเวรที่กำลังจะไปตรวจสอบคดีรถชน กระสุนพุ่งเจาะร่าง ส.ต.ท.ดับสยองคาเครื่องแบบ ขณะเดียวกันบุกรวบ 2 ผู้ต้องสงสัยพัวพันคดีป่วนใต้ ยึดปืน .45 และยาบ้าอีก 200 เม็ด ด้าน "นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์" แจงปัญหาไฟใต้ ยันสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น หลังถูก ส.ส.ประชาธิปัตย์ยื่นกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาฯ
เหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ร.ต.ท.ปฏิเวธ ปานสุข ร้อยเวร สภ.จะกว๊ะ จ.ยะลา รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในร้านน้ำชาไม่มีชื่อ เลขที่ 30/6 หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมปราช กรรณกานนท์ สวญ. พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ ชินรี สว.สส.นำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบศพนายอับดุลเลาะ แมซียง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 หมู่เดียวกัน ถูกยิงด้วยกระสุนปืน .357 บริเวณศีรษะและกลางหลังรวม 4 แผล นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าร้านดังกล่าว สอบสวนทราบว่าขณะที่ผู้ตายกำลังนั่งกินน้ำชาอยู่หน้าร้าน มีคนร้ายเป็นวัยรุ่น 2 คน สวมชุดดะวะห์ขี่รถ จยย.ซูซูกิ ไม่ติดป้ายทะเบียน มาจอดห่างประมาณ 3 เมตร คนซ้อนท้ายไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เปิดฉากยิงใส่ผู้ตายทันที 3 นัด ร่วงตกเก้าอี้ ก่อนจะเดินลงมาจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด เสียชีวิต คาที่ เบื้องต้นคาดเป็นการสร้างสถานการณ์รายวัน โดยผู้ตายเป็นคนประสานงานระหว่างคนในชุมชนกับทางราชการมาตลอด จึงตกเป็นเป้าของกลุ่มก่อความไม่สงบในที่สุด
ถัดมาเวลา 16.45 น. ขณะที่ ร.ต.ต.รุสดี กะโด ร้อยเวร สภ.รามัน จ.ยะลา นำกำลังอีก 2 นายเดินทางไปตรวจสอบคดีอุบัติเหตุรถชนกันที่บ้านกาลอ หมู่ 2 ต.กาลอ อ.รามัน ขณะที่รถกระบะทะเบียนตราโล่ของ สภ.รามันวิ่งมาถึงบริเวณทางโค้งแม่ชี ทางหลวงหมายเลข 4066 (โกตาบารู-รามัน) หมู่ 3 บ้านบาลูกา ต.กาลูปัง อ.รามัน ถูกกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบจำนวน ใช้ปืนอาก้ากราดยิงถล่มเข้าใส่หลายสิบนัด คมกระสุนพุ่งเจาะตัวถังรถพรุนไปทั้งแถบ ทำให้ ส.ต.ท.ชรินทร์ ชายแก้ว ผบ.หมู่งาน ป. ที่นั่งคุ้มกันอยู่บนกระบะหลัง ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัวและศีรษะอาการสาหัส
ก่อนที่ฝ่ายคนร้ายจะหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.รามัน ได้นำกำลังรุดไปช่วยเหลือนำ ส.ต.ท.ชรินทร์ส่ง รพ.ศูนย์ ยะลาแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มนายซอพวัน สาหะมะ แกนนำอาร์เคเคในพื้นที่ ซึ่งเคยก่อคดีซุ่มยิงตำรวจชุดคุ้มครองครู สภ.ท่าธง เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาแต่ไม่มีใครบาดเจ็บ อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามล่าตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ก่อนหน้าเมื่อเวลา 06.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.วิฑูรย์ สุระพันธ์ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.จ.ยะลา นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 97 หมู่ 1 บ้านบันนังสาเรง ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของผู้ต้องสงสัยคดีก่อความไม่สงบ จับกุมนายอาหมัด ดอเลาะ อายุ 31 ปี และนายกามารูดิน อาหะมะ อายุ 28 ปี พร้อมปืน .45 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนอีก 6 นัด ยาบ้า 200 เม็ด คุมตัวส่ง ร.ต.ต.ปฐมพงศ์ เจะมะ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ดำเนินคดีข้อหาจำหน่ายยาบ้า และประสานส่งตัวไปสอบขยายผลที่ ศปก.ตร.สน. ยะลา ตรวจสอบประวัติว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่ด้วย
ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันเดียวกัน นายเจะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นกระทู้สดถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนายกฯเลื่อนการชี้แจงมาแล้ว 2 รอบ โดยนายเจะ อามิงถามว่า รัฐบาลมีความมั่นใจอย่างไรในแนวทางแก้ ปัญหาชายแดนภาคใต้ และทราบโฉมหน้าผู้ก่อเหตุหรือไม่ ว่าเป็นใคร
ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและไม่ ได้นิ่งนอนใจ โดยให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กำหนดแนวนโยบาย และให้กองอำนวยการรักษาความ มั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นผู้ปฏิบัติ โดยตนเป็นประธาน และมีท่าน ผบ.ทบ.เป็นฝ่ายปฏิบัติลงพื้นที่อย่างน้อยเดือน ละ 2 ครั้ง ยืนยันว่าการก่อเหตุ การปันป่วน การต่อต้าน อำนาจรัฐ ลดลง และการแจ้งเบาะแสข้อมูลให้ภาครัฐก็ดีขึ้น ปี 2550 จากที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกว่า 2,000 ครั้ง ปัจจุบันเหลือเพียง 900 กว่าครั้ง ส่วนเหตุระเบิดในที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สุคิริน ตนได้ให้สัมภาษณ์แสดงความเสียใจไปแล้ว และตอนนี้จับคนร้ายได้ 10 คน แต่ตนให้นโยบายไปว่าไม่ให้จับกุมสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะกลัวจะจับแพะ
นายสมชายชี้แจงอีกว่า สำหรับคนร้ายเป็นกลุ่มใดนั้น ในทางข้อมูลลับก็มีอยู่ แต่จะครบถ้วนทุกหน่วยหรือไม่ ไม่อาจทราบได้ เพราะขบวนการต่างๆ มีมากมาย คงไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการหลายอย่างในการดำเนินการ โดยจากการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้พยายามแก้ปัญหา และได้เพิ่มเงินตอบแทนพิเศษ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ขณะนี้ สตช.ได้จัดตั้งภาคของตำรวจภูธรเป็นพิเศษ เป็นตำรวจภูธรภาค 10 ให้ดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษ กำลังดำเนินการในเรื่องอัตรากำลังพลและงบประมาณ คาดว่าจะสำเร็จและปฏิบัติหน้าที่ได้เร็วๆนี้ ส่วนจำนวนเงินที่เพิ่มเติมให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ยอมรับว่าอาจจะยังไม่ได้รับ เพราะ ครม.เพิ่งอนุมัติงบประมาณไปเพียง 2 สัปดาห์ แต่จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการโดยเร็วที่สุด
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิ บำรุงขวัญทหารตำรวจอาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะ เดินทางไปตรวจสอบความคืบหน้า โครงการก่อสร้างโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของโครงการสายธารใจให้ชีวิต ที่บ้านทรายขาว หมู่ 5 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ใช้งบประมาณจัดสร้างประมาณ 8 ล้านบาท โดยมีนายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รอง ผวจ.นราธิวาส ให้การต้อนรับ ซึ่งการก่อสร้างรุดหน้าไปกว่า 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ รองรับคนงานไม่ต่ำกว่า 500 คน จากนั้นคณะของท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ได้เดินทางต่อไปยังศูนย์ พัฒนาฝีมือแรงงาน จ.นราธิวาส เพื่อประชุมร่วมกับ ผวจ. นราธิวาส ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอเมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการหารือเพื่อคัดเลือกบุคคลว่างงาน โดย เฉพาะกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านและเยาวชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เข้าทำงานในโรงงานที่จะสร้าง แล้วเสร็จ
ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 13.30 น. นายราชันย์ วีระพันธุ์ ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจสอบและติดตาม การดำเนินงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส โดยประชุมร่วมกับนายธนน เวชกรกานนท์ รอง ผวจ.นราธิวาส และหัวหน้าส่วนราช-การที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นายเกรียง วิศิษฏ์สรอรรถ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า นอก จากจะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำข้อ เสนอแนะต่อรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่ สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังเป็นการเดินทางมาให้กำลังใจ แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างยากลำบาก และเสี่ยงภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |