น่าสนใจอีกว่า ท่าทีเหล่านี้ทั้งฝ่ายทางการ และชาวบ้าน นำมาซึ่งการ เริ่มแจ้งเบาะแสการก่อเหตุของโจรใต้ ..และพร้อมร่วมมือกับทหารในการร่วมเป็น ชรบ.,อาสา ในการป้องกันหมู่บ้าน ขณะที่"
แนวร่วม" จำนวนมากได้มีการเข้ามอบตัว และยอมที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนการเมือง เพื่อเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น..ขณะเดียวกันกันในทางยุทธการได้มีการตีร่นขบวนการก่อความไม่สงบ ให้ถอยออกจากหมู่บ้าน และโอบล้อมด้วยการเข้าทำลายฐานที่มั่น สถานที่ฝึก และส่งให้ฝ่ายตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว จนทำให้ตัวเลขการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เทียบกับปีก่อนในห้วงเวลาเดียวกันโดยนับตั้งแต่ ฉก.เข้ามาปฏิบัติการห้วงประมาณเดือน ต.ค.51-ปัจจุบัน ลดลงจาก 800กว่าเหตุการณ์และคดี เหลือเพียง 200 เหตุการณ์ ขณะที่สถติการแจ้งเบาะแสก็มากขึ้นเรื่อยๆหลายครั้งทำให้ ทหาร-ตำรวจ ไม่ตกเป็นเหยื่อระเบิดและการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เพราะชาวบ้านแจ้งว่าเห็นคนเข้ามาวางระเบิด และซุ่มลับๆล่อๆ ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ ขบวนการผู้ก่อความไม่สงบเริ่มถอยร่นจากหมู่บ้านไปสู่ป่า..แต่ชาวบ้านก็ยังแจ้งเบาะแสที่หลบซ่อนของฝ่ายไม่หวังดี ทำให้ทหารสามารถเข้าปิดล้อมจับกุมได้เป็นจำนวนมาก...
นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศวิถีชีวิตผู้คน ในเมืองนราธิวาส..เปลี่ยนแปลงไปจาก 2 ปีก่อน..ดังที่
"พล.ต.ธีรชัย" เล่าอย่างภาคภูมิใจ ให้ฟังว่า ชาวบ้านพอตกเย็นค่ำจากเดิมที่ทุกคนจะรีบปิดบ้านนอน โดยไม่กล้าออกไปไหนมาไหน ทำให้เมืองเงียบร้าง ก็เปลี่ยนไปคือชาวบ้านมีขวัญกำลังใจ และออกมาใช้ชีวิตเย็นย่ำค่ำคืนกันตามปกติทำให้เมืองคึกคักมีชีวิตชีวามากขึ้น..
นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้
"พ.ท.นิพันธ์"และรวมถึงนายทหารหลายๆ ท่านใน
ฉก.นราธิวาส..เชื่อและมั่นใจว่าอีกไม่นาน (ปี2552).. พวกเขาจะเสร็จภารกิจทำให้นราธิวาสสงบสุข.. และได้กลับบ้านหาลูกหาเมียเสียที...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
จาก สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.