| |
มหากาพย์ มหาภารตยุทธ ของอินเดีย เป็นเรื่องราวสงครามใหญ่ระหว่างพี่น้องครูบาอาจารย์ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องคนไทยขณะนี้ น่าจะเป็นความแตกแยกที่ใหญ่ที่สุด อันอาจนำไปสู่การนองเลือด จึงเรียกการต่อสู้ ครั้งนี้ว่า มหาสยามยุทธ ถ้าเราพยายามมองความขัดแย้งโดยใช้อารมณ์น้อยที่สุดอาจเห็นทางออก
1. ขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)
พธม.เป็นการรวมตัวของคนอันหลากหลาย ที่มีอารมณ์ร่วมคือเกลียดทักษิณ โดยที่เห็นว่าทักษิณชอบใช้อำนาจ คดโกง บ่อนทำลายชาติ และจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์
พธม.ใช้การชุมนุมและการสื่อสารด้วยเอเอสทีวี ไปสู่คนจำนวนมากเป็นเครื่องมือ มีผู้บริจาคอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ และเงิน เพื่อการต่อสู้อย่างไม่ขาดสาย แกนนำและทหารเอกทั้งหญิงและชาย มีความสามารถสูงในการสื่อสารปลุกเร้าอารมณ์ร่วม ในอุดมการณ์ของการต่อสู้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใช้แนวทางการต่อสู้ด้วยสันติอหิงสา แม้จิตใจและวาจายังไม่เท่าสันติอหิงสาของท่านมหาตมะ คานธี มีวัตถุประสงค์ในการทำลายระบอบทักษิณ
พธม.เป็นขบวนการต่อสู้อำนาจรัฐที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตัว พ.ต.ท.ทักษิณเอง แม้มีอานุภาพมากสุดๆ ซึ่งจะกล่าวต่อไป ถึงกับถอยร่น ดังที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
จุดอ่อนของ พธม.คือการเกรี้ยวกราดใส่คน ที่เห็นต่างทำให้เสียแนวร่วม
คนเกลียดทักษิณมีทั้งที่เป็น พธม. และไม่เป็น อย่างละเท่าไรไม่ทราบแน่ แต่ พธม. เป็นขบวนการจัดตั้งเพื่อการต่อสู้คล้ายกองทัพ
2.ระบอบทักษิณ
ที่เรียกว่าระบอบทักษิณนั้นกว้างขวางใหญ่โตและกินลึก ประกอบด้วย คนรักทักษิณที่เป็นชาวชนบทในภาคเหนือและภาคอีสาน คนจน ในเมือง นักการเมืองในพรรคไทยรักไทยเดิมและพลังประชาชน (พปช.) ข้าราชการ นักวิชาการ สื่อมวลชนบางส่วน นักธุรกิจ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการระดับสูง นายทหารนอกราชการ ที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากระบอบทักษิณ ฝ่ายซ้ายบางส่วนที่ไม่นิยม สถาบันและเจ็บช้ำน้ำใจมาจากเหตุการณ์สังหารโหดนักศึกษาเมื่อ 6 ต.ค. 2519
ตัวคุณทักษิณเองมีมหิทธานุภาพสูงมาก และมีเงินมหาศาล แม้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็สามารถควบคุมสั่งการคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก และจัดการการสื่อสารทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เป็นประโยชน์กับระบอบทักษิณ และเป็นโทษกับฝ่ายตรงข้าม เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่เมื่อถูกรัฐประหารแล้วระบอบทักษิณก็ยังกลับมาครองอำนาจรัฐอีกได้
จุดอ่อนของทักษิณคือการมีคดีความเกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชันมากมาย และข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการล่วงเกินจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งอาจอยู่เบื้องหลังการ ก่อความรุนแรง จุดอ่อนทั้ง 3 ประการนี้ ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นบ่อนทำลายความชอบธรรมของระบอบทักษิณ
3.สภาพค้ำยัน ไม่แพ้ไม่ชนะเด็ดขาด
ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ที่อำนาจต่างๆ ค้ำยันกันหมด ไม่แพ้ไม่ชนะกันอย่างเด็ดขาด และยังไม่มีทางออกชั่วคราว ดังนี้
(1) สถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกนำมา เป็นประเด็นในการต่อสู้ มีการจาบจ้วงสถาบัน ในขนาดที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อก่อนใครถูก คู่ต่อสู้กล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็จะพ่ายแพ้ไปง่ายๆ สมัยนี้ดูเสมือน หมูไม่กลัวน้ำร้อน
(2) พธม.ไม่สามารถทำลายระบอบทักษิณ ได้หมดสิ้น ตัวทักษิณอาจจะถอยร่นเพราะกฎหมาย แต่ระบอบทักษิณยังลงรากลึก ในฟิลิปปินส์แม้มาร์กอสจะหมดอำนาจแต่ระบอบมาร์กอสยังคงอยู่มาตั้ง 20 ปี
(3) ระบอบทักษิณ ไม่สามารถทำลาย พธม. ได้ เพราะเป็นขบวนการที่กว้างขวาง ใหญ่โตและสังคมปฏิเสธความรุนแรง ระบอบทักษิณไม่สามารถทำลายสถาบันได้ เพราะ ผู้จงรักภักดีสุดชีวิตมีมาก ในระบอบทักษิณเอง ก็ใช่ว่าคนรักทักษิณทั้งหมดจะเอาด้วยหากถึง ขั้นคิดทำลายสถาบัน และถึงจุดหนึ่งกองทัพ ก็คงทนไม่ได้
(4) กองทัพ ไม่สามารถทำรัฐประหารได้ สมัยแห่งการทำรัฐประหารผ่านพ้นไปแล้ว รัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ก็แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ผลในการแก้ปัญหา แต่กลับทำให้ยากลำบากมากขึ้น ถ้าทำรัฐประหาร กำลังประชาชนของระบอบทักษิณก็จะต่อต้าน หากจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามขึ้นมา ระบอบทักษิณก็รวมตัว ต่อสู้ได้ ทำนองเดียวกับที่ขบวนการ พธม. ต่อสู้กับอำนาจรัฐที่เป็นตัวแทนของทักษิณ รัฐประหารจึงไม่ใช่คำตอบด้วยประการใดๆ แต่กองทัพทั้งสามเหล่าก็เป็นพลานุภาพสูงสุดของประเทศ ถ้าไม่ทำรัฐประหารก็จะมีบารมีที่อาจช่วยให้ประเทศมีทางออก ดังจะกล่าวต่อไป
ในวิกฤตแห่งการค้ำยันไม่มีใครแพ้ใคร ชนะชั่วคราวนี้ ถ้าป้องกันอย่าให้เกิดความรุนแรง ก็เป็นโอกาสที่จะพัฒนาสู่ความก้าวหน้า
4.ในสภาวะค้ำยันจะทำอะไรกันได้บ้าง
ในสภาพไร้ทางออกในปัจจุบัน อาจทำได้ดังต่อไปนี้
(1) ก็ต่อสู้กดดันกันต่อไปเพื่อแสวงหาความชอบธรรม แต่ต้องป้องกันความรุนแรง ไม่สร้างประเด็นที่จะเป็นชนวนของความรุนแรง กองทัพต้องทำหน้าที่ป้องกันความรุนแรง รัฐบาลต้อง ไม่สนับสนุนความรุนแรง ไม่ควรเอาสถาบันมาเป็นประเด็นของการต่อสู้ ทั้งการจาบจ้วงและการกล่าวหา
ควรจัดให้มีการใช้สื่อของรัฐอย่างเสมอภาค ให้สังคมทั้งประเทศได้รับทราบประเด็นและ เหตุผลของแต่ละฝ่าย เมื่อสาธารณะเข้ามากำกับ การต่อสู้ก็จะสร้างสรรค์มากขึ้น การแพ้หรือ ชนะตัดสินกันด้วยความชอบธรรมที่พิสูจน์ต่อสังคม
(2) มองในแง่ดี ในประวัติศาสตร์ของชาติใดชาติหนึ่งมักจะมีความติดขัดใหญ่ๆ ที่กว่าจะ หลุดไปได้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ใน สหรัฐอเมริกา เวียดนาม เขมร จีน ฯลฯ ใน มหาสยามยุทธ เราคงไม่ต้องฆ่ากันตายเป็นเบือแบบในมหาภารตยุทธ และทำดีๆ อาจมีทางออก เพราะคนไทยมีหัวใจสงสารผู้แพ้ ไม่ชอบการแตกหัก มักประนีประนอม
(3) แต่ละฝ่ายทำอะไรดีๆ แล้วจะมีทางออกเอง เช่น
(ก) ในการดำรงสภาวะเดิมไม่รัฐประหารไม่ยุบสภาไม่ล้มรัฐธรรมนูญ รัฐบาล พปช. พยายามทำอะไรดีๆ ไม่ทำตัวเป็นนอมินีของใคร เอาชนะใจสาธารณะให้หันมาสนับสนุนรัฐบาลมากๆ รัฐสภารวมตัวกันแก้วิกฤตชาติด้วยวิถีทางรัฐสภา ถ้าจำเป็นก็ต้องตั้งรัฐบาลใหม่ที่แก้วิกฤตชาติได้
(ข) คุณทักษิณ ยุติการเคลื่อนไหวทางการ เมือง ไม่ส่งสัญญาณให้ พปช. และคนรักทักษิณทำอะไรต่อมิอะไร แต่ให้เขาเป็นอิสระ มีจิตสำนึก มีวิจารณญาณด้วยตนเองที่จะทำอะไรดีๆ คุณทักษิณควรจะเลือกอยู่ในความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ว่าเป็นผู้ยุติการประหัตประหารครั้งใหญ่ใน มหาสยามยุทธ มากกว่าเป็น ผู้จุดชนวนแห่งสงครามกลางเมืองระหว่างพี่น้องคนไทย
(ค) ยึดหลักนิติธรรม ถ้าคิดว่าระบบและกระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรม ก็ขอให้มี คณะกรรมการที่มีความเที่ยงธรรมขึ้นมาตรวจสอบ และรายงานต่อสาธารณะ ไม่พึงคุกคามศาล ระบบความยุติธรรมที่ถูกต้องเข้มแข็ง เป็นเสาหลักของอารยะประชาธิปไตย
(ง) ทุกฝ่ายควรหาทางออกที่มีศักดิ์ศรีให้ คู่ต่อสู้ เราคนไทยด้วยกัน ถึงอย่างไรๆ ในที่สุด ก็ต้องหันกลับมาคืนดีเพื่อทำนุบ้านเมืองร่วมกัน ไม่ควรจะคิดทำลายล้างกันอย่างสุดๆ แต่หาทางออกให้คู่ต่อสู้อย่างมีศักดิ์ศรี
(จ) พธม.มีจุดแข็งอยู่ที่การตรวจสอบการ ใช้อำนาจรัฐโดยไม่ถูกต้อง สิ่งนี้มีคุณูปการต่อประเทศเหลือหลาย ต่อไปการเมืองจะไม่เหมือนเดิม นักการเมืองจะคอร์รัปชันได้ยากขึ้น เพราะเสี่ยงต่อการติดคุกติดตะราง
(ฉ) พธม.ควรอยู่กับจุดแข็งของตัวคือการตรวจสอบคอร์รัปชัน จะมีคนเข้าร่วมมากเพราะคนส่วนใหญ่รังเกียจคอร์รัปชัน พธม.ควรเปิดกว้างให้มีแนวร่วมมากๆ ลดความแข็งกร้าวลง ผู้กล้าหาญแต่สุภาพจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดความร่วมมือจากมหาชน หาก พธม. ตั้งมูลนิธิที่มีสมาชิกสัก 5 ล้านคน ที่บริจาคคนละ 200 บาทต่อเดือน ก็จะมีเงินบริจาคถึงเดือนละ 1,000 ล้านบาท มีกำลังที่จะทำอะไรดีๆ ได้มาก เช่น ตั้งสถาบันตรวจสอบคอร์รัปชันที่เข้มแข็งสุดๆ พัฒนาระบบการสื่อสารทุกรูปแบบ ให้คนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง ฝึกอบรมอาสาสมัครที่ตั้งอยู่ในความสุจริต มีความกล้าหาญ มีความรู้ มีเหตุผล มีน้ำใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ รักสันติ เป็นกัลยาณมิตรกับคนทั่วแผ่นดิน เมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่หว่านลงทั่วแผ่นดิน จะไปช่วยให้เกิดความดีงาม งอกงามขึ้นทั่วไป
(ฉ) ทุกคนทุกฝ่ายทุกกลุ่มร่วมสร้างประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน เราไม่มีทางออกทางอื่นเลย นอกจากระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ไม่ว่าจะต่อสู้กันอย่างไรๆ หรือผลของการเผชิญหน้าจะเป็นอย่างไร ในที่สุดทุกฝ่ายก็จะ ค้นพบว่าต้องสร้างอารยะประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน บ้านเมืองจึงจะลงตัว เรื่องนี้จะได้แยกกล่าวเป็นต่างหากออกไป
(ช) กองทัพ เมื่อไม่ทำรัฐประหาร ย่อมมีบารมีที่ทุกฝ่ายจะรับฟังมาก ควรชักจูงส่งเสริมให้ทุกฝ่ายทำเรื่องดีๆ เพื่อเป็นแรงส่งให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ แห่งความลงตัวและเจริญอย่างแท้จริง
5.วันแห่งการขอโทษอันยิ่งใหญ ่ วันแห่งการให้อภัยอันยิ่งยง
เราคนไทยด้วยกัน จะอยู่ด้วยมลพิษทาง จิตใจฝังแค้นไปชั่วกัปชั่วกัลป์ไม่ได้ ถ้าเราได้ ร่วมกันทำอะไรดีๆ เพื่ออนาคตของเราร่วมกัน จะเกิดความเชื่อถือไว้วางใจกัน อันเป็นทุนอัน ยิ่งใหญ่ของชาติ ซึ่งร่วมกันสร้างได้ด้วยหัวใจ ของความเป็นมนุษย์
จนถึงวันหนึ่งเราทุกคนมีความมั่นใจและ กล้าหาญพอที่จะกล่าวคำว่า ผมขอโทษ หรือ ฉันขอโทษ คำว่าขอโทษเป็นคำอันยิ่งใหญ่ ที่คนที่มีจิตใหญ่เท่านั้นจะกล่าวได้
เมื่อมีการขอโทษ (Apology) สิ่งที่ตามมา คือการให้อภัย (Forgiveness) การขอโทษ และการให้อภัยจะชำระล้างมลพิษทางจิตใจของทุกคนออกไป เหลือแต่ความใสสะอาดที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกันด้วยความปีติโสมนัส
ชาติที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะมีการขอโทษอัน ยิ่งใหญ่ และการให้อภัยอันยิ่งยงได้
การขอโทษและการให้อภัยจะเปิดพื้นที่ในหัวใจ
เมื่อพื้นที่ในหัวใจเปิด จะเกิดปาฏิหาริย์ในเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
วิกฤตสุดๆ เป็นโอกาสสุดๆ ของคนไทย แล้วที่จะร่วมกันสร้างปาฏิหาริย์ออกจากภพภูมิเก่าๆ ไปสู่ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนาที่เป็น สังคมการเมืองอาริยะประชาธิปไตยธรรมาธิปไตย ที่คนไทยจักมีศานติสุขถ้วนหน้าไป ชั่วกาลนาน
ที่มา : โพสต์ทูเดย์ |
|