| |
สถานการณ์ประเทศไทยห้วงนี้ นอกเหนือจาก"ปรากฏการณ์"ที่เห็น นั่นคือ ความวุ่นวายแตกแยกภายในพรรคพลังประชาชน (พปช.) ต่อการเสนอชื่อบุคคลใน "3 ส." (สมชาย วงศ์สวัสดิ์,สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์) เข้าสู่การโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี แทน"นายสมัคร สุนทรเวช"ที่ถูกตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญให้หลุดพ้นไปจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี..(9 ก.ย.)..แล้ว มีบางปรากฏการณ์บางอย่าง ที่น่าสนใจที่ซ้อนอยู่ในปรากฏการณ์เหล่านี้..
ใน "ทางเปิด" สำหรับ ปรากฏการณ์ทางการเมือง เราจะพบ ว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุม ส.ส.(15 ก.ย.) มีการสรุปเสนอชื่อของ "สมชาย" ที่ วานนี้ได้มีการเดินสายไปยังพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อขอให้สนับสนุนคนของ พปช.เป็นนายกรัฐมนตรี(14 ก.ย.) แต่ได้มีแรงกระเพื่อมไม่เห็นด้วยจาก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ที่มี ส.ส. 73 คน ที่ออกมาโวยว่าไม่ได้เห็นด้วย และนัดรวมตัวกันที่ร้านอาหารบัว เพื่อกำหนดท่าทีในทางการเมืองต่อไป โดยเฉพาะในการโหวตคะแนนให้กับนายกรัฐมนตรี( 17 ก.ย.)
ใน "ทางเปิด" มีความน่าสนใจว่า ก่อนหน้าในวันเดียวกันหลังศาลตัดสิน(9ก.ย.) พรรคพลังประชาชน (พปช.) มีมติจะเสนอชื่อ "สมัคร" โหวตเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งทันที เช่นเดียวกับมติจากวิปรัฐบาลที่เห็นสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.),พรรคประชาธิปัตย์ และมีการขยายผลไปสู่แวดวงต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้ "สมัคร" กลับมา ทำให้ ท่าทีภายในพรรคพลังประชาชนเริ่มมีอาการกระเพื่อมจาก "กลุ่มอีสานพัฒนา" และกลุ่มของ "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ซึ่งปฏิกิริยานี้ ขยายไปยังพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
ใน"ทางปิด" มีกระแสข่าวที่ถูกปล่อยออกมาจากทั้ง 2 ปีก เพื่อให้เป็น "ข่าวเปิด" ในห้วงก่อนถึงวันโหวต (วันศุกร์ที่ 12 ก.ย.) ว่า "ทักษิณ" มีการต่อสายพูดคุยกับทั้ง ส.ส. ทั้ง 2 ปีก แต่คนละ " แมสเสจ " ทางหนึ่งอ้างว่า "ทักษิณ" ให้ "หนุนสมัคร" ต่อ..ทางหนึ่ง..ไม่ได้ให้หนุนต่อ..
ใน "ทางปิด" มีการส่ง "สัญญาณ" จากแกนนำปีก "เพื่อนเนวิน" ในท่วงทำนองว่า ที่ยืนยันว่าจะเอา "สมัคร" กลับมา เพื่อ "ตอบโต้" กับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคดี "ชิมไปบ่นไป" ที่ฝ่ายนี้ มองว่า ฝ่ายตุลาการได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองในการจัดการกับฝ่ายบริหาร
ใน "ทางเปิด" มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนจากกลุ่ม " อีสาน" และ " เหนือ" ที่อ้างถึงการต้องการปลดสลักความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง รวมไปถึงเรื่องของ"ความชอบธรรม" ของพรรคพลังประชาชน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้มาสอดรับกับท่าทีของ "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์" รักษาการนายกรัฐมนตรี "น้องเขย" ของ "ทักษิณ" ซึ่งอีก "ปีก" (ด้านของยงยุทธสนับสนุน) ที่ยอมรับ (11ก.ย.)ว่า พร้อมที่จะรับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก โดยเห็นว่า สิ่งที่ควรยึดในขณะนี้คือ ความเป็นประชาธิปไตย ใครจะคิดอย่างไรก็ไม่สำคัญ แต่บ้านเมืองต้องไปรอดให้ได้
ที่สุดแล้ว ผลแห่งแรงกระเพื่อมที่เต็มไปด้วยความสับสนในห้วงหลังศาลมีคำตัดสินคดี "ชิมไปบ่นไป" (9ก.ย.) ได้ส่งผลออกมาผ่าน บรรยากาศการประชุมสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี(12ก.ย.) ที่เป็นอันต้อง "ล่ม" ลงอย่างยับเยิน อีกทั้งเกือบจะเสียท่าให้กับ "จอมยุทธ์เก๋าเกม" แห่งพรรคประชาธิปัตย์
ใน "ทางปิด" ว่ากันว่า จากวันนั้นมีความเคลื่อนไหวจาก "เนวิน ชิดชอบ" ที่ต้องออกมาแก้ไขสถานการณ์ หลังจากที่ก่อนหน้ามีข่าวว่า เขาไปบอกบรรดาแกนนำพรรค
ร่วมรัฐบาล ให้วางใจว่าคนในพรรคทั้งหมดเอา "สมัคร" และในขณะเดียวกันนั้นก็กลับมาบอกว่า ทางพรรคร่วมนั้นเอา "สมัคร" แล้ว นอกจากนี้ ยังไปบอก "สมัคร" ที่ทำท่าถอดใจไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ทางพรรคร่วมนั้นโอเคด้วย กับการที่จะเสนอให้ "สมัคร" กลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ..ท่ามกลางกระแส "ไม่เห็นด้วย" ที่เริ่มดังกระหึ่มจากทั้งภาคสังคม และฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะ ใน 2 ประการนั่น คือ "ความชอบธรรม" และ "ความเหมาะสม" ของ "สมัคร" หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินแล้ว อีกทั้ง "สมัคร" เองก็ยังมีคดีหมิ่นประมาทที่คาอยู่ในศาล และจะมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง ในวันที่ 25 กันยายน 2551 นี้
ใน "ทางปิด" มี 2 กระแสข่าวเกี่ยวกับท่าทีความพยายามผลักดัน "สมัคร" ดังกล่าว คือ (1.) มีความเชื่อมโยงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องผลประโยชน์มูลค่านับแสนล้าน...จากสารพัดโครงการที่กำลังดำเนินไป ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ที่มีการออกมาปูดจากคนในพรรคแต่คนละกลุ่มถึง "แก๊งออฟโฟร์" ที่ประกอบด้วย
"สมัคร สุนทรเวช-เนวิน ชิดชอบ-น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ,ธีรพล นพรัมภา" ก่อนหน้านี้ (2.) มีความพยายามที่จะนำกรณีดังกล่าวนี้ "ต่อยอด" ไปสู่การต่อสู้ระหว่างอำนาจ 3 ขา นั่นคือ บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ โดยการดึงดันจะเอา "สมัคร" เป็นความพยายามในการต่อสู้ กับ "ตุลาการภิวัตน์" ของฝ่ายการเมือง ที่กุมสภาพฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ โดยในที่นี้ จะเป็นการตีตลบกับ ด้วยการต่อสู้ในเชิงการใช้กฎหมาย ระหว่างฝ่ายตุลาการ กับ ฝ่ายนิติบัญญัติ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในกรณีนี้ มีความพยายามอ้างถึงบุคคลระดับสูงที่ให้การสนับสนุนด้วย
ใน "ทางเปิด" ปรากฏการณ์ในพรรคพลังประชาชน (พปช.)หลัง "สภาล่ม" กับการหนุนดัน " 3." ที่แยกแยะออกมาระหว่างผู้ดันและผู้ถูกดัน คือ (1.) "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ถูกดันจากกลุ่ม "อีสาน-เหนือ" ที่มี "ยงยุทธ ติยะไพรัช" นำการเคลื่อนไหวนี้อย่างชัดเจน...(2.) " สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" ถูกดันจากกลุ่ม "เพื่อนเนวิน" (3.) "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ที่เป็นเหมือนตัวกลาง..ซึ่งที่สุดใน "ทางเปิด" มติกรรมการบริหารพรรค (15ก.ย.) ก็ให้สนับสนุน "สมชาย" หลังมีความพยายามดันบทบาท "รักษาการนายกรัฐมนตรี" ด้วยการไปร่วมแถลงยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับ ผบ.ทบ.(14 ก.ย.)
ขณะที่ใน "ทางปิด" ปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหว ของปีกของ "เพื่อนเนวิน" ที่พร้อมจะขยับไปในทางใดทางหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบกับพรรค เพื่อง้างกับอีกฝ่ายภายในพรรคเดียวกันอย่างถึงที่สุด...
กระนั้นใน "ทางปิด" มีความเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงประการสำคัญในปรากฏการณ์ทางการเมืองนี้ ว่า ลึกๆในการช่วงชิงนี้ มีกระแสเชี่ยวกรากของการนำเสนอ "ทางออก" ทางการเมืองไว้ในหลายมิติ..ที่อาจเป็นทั้ง "กับดัก" และอาจเป็นทั้ง "ช่องทาง" การนำไปสู่ความ "เปลี่ยนแปลงใหญ่" โดยการ " ตีโต้กลับ" อย่าง "แหลมคม" โดยเฉพาะเป็นความเปลี่ยนแปลงในระดับ "โครงสร้างทางสังคม" อย่างมีจุดหมายปลายทาง... ผ่านปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง... ที่กำลังเป็นอยู่เป็นไป.. เวลานี้ ซึ่งจะไม่ได้จบหรือหยุดแค่ "สมชาย" หรือใครใน 3 ส. หรือใครในพรรคร่วมรัฐบาล ฯลฯ ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หากแต่อยู่ที่ปรากฏการณ์ "การเรียนรู้" ของประชาชนที่ร่วมรับรู้และติดตามศึกษาในระหว่างช่วงเวลา "เปลี่ยนผ่าน" ..ซึ่งขณะนี้ผลของมัน "ซึมลึก" ไปมากกว่าในอดีต โดยเฉพาะความสามารถของ "ผู้คน" ในวงกว้างทุกระดับชนชั้นทางสังคมที่เริ่มแยกแยะ ระหว่าง.. "ประชาธิปไตยที่ (จริง) " กับ "ประชาธิปไตย (ปลอม) " ได้มากกว่าในเชิง "นามธรรม" เช่นที่ผ่านมาแล้ว.
ที่มา : สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น.
|
|