พระบารมีปกเกล้า: ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
 
 
10 พ.ย. 51
 
 
ดร.สุทิน ลี้ปิยะชาติ
 
 

พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 เวลา 02.45 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานครสิริพระชนม์มายุ 84 พรรษา ทรงเป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา) และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระอนุสรณ์ถึงสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี ที่ทรงพระคุณานุคุณ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติเป็นอเนกปริยาย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประดิษฐานพระศพไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กับให้เจ้าพนักงานจัดเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเพิ่มเติมพระเกียรติยศ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ปัณรสมวาร (15 วัน) ปัญญาสมวาร (50 วัน) และสตมวาร (100 วัน) พระราชทานเป็นลำดับตามราชประเพณี

ประชาชนชาวไทยก็พร้อมใจกันเดินทางมาถวายสักการะพระศพนับพันคนในแต่ละวัน ทุกคนล้วนแต่สวมชุดดำ และยืนเข้าแถวรออย่างสงบเรียบร้อย เพื่อขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการร่วมถวายความอาลัยแด่พระผู้ทรงสถิตในใจ

พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2551

เวลา 07.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารจะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำประชนมวาร ทรงทอดผ้าไตรก่อนเชิญพระโกศ พระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ การสดับปกรณ์นี้จะดำเนินไปอีกหลายรอบระหว่างพระราชพิธี โดยมีจำนวนพระสงฆ์ที่สดับปกรณ์แตกต่างกันไป เป็นการทรงอุทิศพระราชกุศลพระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

จากนั้น เจ้าพนักงานจะเชิญพระโกศลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ไปประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน เพื่อเชิญออกจากประตูกำแพงแก้วด้านตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์จะเสด็จพระราชดำเนิน และเดินตามพระโกศออกจากพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยขบวนเชิญเครื่องประกอบพระอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไปเทียบยังพระมหาพิชัยราชรถหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

เมื่อประดิษฐานพระโกศเหนือพระมหาพิชัยราชรถ เจ้าหน้าที่จะรัวกรับพวงงาแล้วริ้วขบวนแห่พระศพจึงเคลื่อนออก มีขบวนทหารในเครื่องแบบเต็มยศเดินนำขบวน หรือริ้วขบวนทหารม้า มีการชักลากราชรถน้อยสำหรับพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์สูง ตามด้วยพระมหาพิชัยราชรถฉุดชักหน้าหลัง โดยเจ้าพนักงานแต่งกายตามประเพณี แวดล้อมไปด้วยขบวนประโคมสังข์ แตร ปี่ กลองชนะ และเจ้าพนักงานเชิญฉัตรและเครื่องสูง พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เชิญเครื่องทองน้อยนำริ้วขบวนเครื่องอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินนำขบวนพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าหลวงมหาดเล็กข้าราชบริพารสมาชิกโรงเรียนมหาวิทยาลัย และองค์กรที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงอุปถัมภ์ขบวนทั้งหมดร่วมเดินในจังหวะเดินเปลี่ยนสูง โดยมีวงดุริยางค์นำขบวน และปิดท้ายริ้วขบวนบรรเลงเพลงพญาโศกตลอดเส้นทาง

เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนเข้าท้องสนามหลวงทางราชวัติพระเมรุด้านทิศเหนือ เจ้าพนักงานจะเชิญพระโกศลงประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน แล้วขบวนพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพาร เข้าร่วมเดินเวียนอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุ 3 รอบ จากนั้นจึงเชิญพระโกศขึ้นสู่พระเมรุ แล้วเปลื้องพระโกศทองใหญ่ชั้นนอก เพื่อประกอบแทนด้วยพระโกศไม้จันทน์ที่สลักลวดลายอย่างวิจิตร

เวลา 15.00 น. ผู้ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เดินทางถึงพระเมรุ ท้องสนามหลวง

เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินสู่พระที่นั่งทรงธรรมเพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล (ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) เสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งทรงธรรมประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพที่พระเมรุทรงศีล พระราชาคณะถวานศีลและถวายพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ แล้วพระสงฆ์ 50 รูปสวดศราทธพรตจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งทรงธรรมไปขึ้นพระเมรุ ทรงวางเครื่องราชสักการะพระศพ ทหารกองเกียรติยศเป่าแตรเดี๋ยวสัญญาณนอนจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์ พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (กองเกียรติยสทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย และยิงปืนเล็กยาวถวายพระเกียรติพร้อมกันกับทหารปืนใหญ่ถวายพระเกียรติ 21 นัด) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระเมรุไปประทับ ณ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม

หลังจากนั้น สมเด็จพระสังฆราชสมเด็จพระราชาคณะ บรรพชิต พระบรมวงศานุวงศ์ ประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการเลือกตั้ง ผุ้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประนกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้นำฝ่ายค้าน ทูตานุทูต ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการศาล ผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ จะได้ขึ้นถวายพระเพลิงพระศพตามลำดับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินกลับ โดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ (ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี)

ส่วนประชาชนที่มาเฝ้าส่งเสด็จบริเวณท้องสนามหลวง ได้ถวายดอกไม้จันทน์ ธูปเทียน ตามจุดที่จัดเตรียมไว้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมเพื่อถวายหลังการพระราชทานเพลิงครั้งสุดท้าย สำหรับประชาชนในอีก 75 จังหวัด ที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมในวันนั้น สามารถถวายสักการะส่งเสด็จได้ที่วัด ซึ่งได้รับมอบหมายในอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ

เวลา 22.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จขึ้นพระราชทานเพลิง ถวายพระเพลิงพระศพเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนและหลังพระราชพิธีพระราชททานเพลิงพระศพนั้น ได้มีพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วยแล้ว

ตลอดการพระราชทานเพลิงพระศพ จะมีเจ้าพนักงานกำกับดูแลไฟตลอดคืนจนรุ่งสางจึงใช้น้ำพระสุคนธ์รดดับเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเมรุ เพื่อพระราชทานน้ำพระสุคนธ์สรงพระอัฐิ และทรงทอดผ้าไตร ทรงประเคนสำรับภัตตาหาร พระสงฆ์สดับปกรณ์ท ทรงเก็บพระอิฐิประมวลลงในพระโกศทองคำลงยาประดับพลอย แล้วเจ้าพนักงานเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบก พระที่นั่งราชเนทรยาน เชิญพระผอบพระสรีรางคาร จากพระเมรุประดิษฐานบนพระวอสีวิกากาจน์ เคลื่อนจากพระเมรุ ท้องสนามหลวง มีริ้วขบวนตามพระโกศพระอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อทรงประกอบพิธีบำเพ็ยพระราชกุศลพระอัฐิ และเช้าวันถัดมาพระสงฆ์รับพระราชทานฉันเพล หลังจากนั้น จึงเชิญพระโกศพระอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน ทั้งนี้ก่อนที่ขบวนเคลื่อนออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระสงฆ์จำนวน 84 รูป จำนวน เท่าพระชนมายุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สดับปกรณ์

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา 16.30 นาฬิกา เชิญพระสรีรางคารจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีขบวนทหารม้านำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ครั้งสุดท้าย เป็นอันเสร็จสิ้นการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เนื่องจากได้มีประชาชนและสถานบริการต่างๆ สอบถามว่า ในช่วงวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รัฐบาลจะประกาศให้มีการไว้ทุกข์อย่างไร

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการ

จัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ พิจารณาแล้ว เห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ลงมติเห็นชอบให้ดำเนินการ ในระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2551 ดังนี้

ประการแรก ขอความร่วมมือให้ประชาชนไว้ทุกข์โดยทั่วกัน
ประการที่สอง ขอความร่วมมือสถานบริการต่างๆ ให้งดหรือลดการแสดงเพื่อความบันเทิง
ประการที่สาม ขอความร่วมมือให้สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ควบคุมดูแลรายการที่ออกอากาศให้เหมาะสม
ประการที่สี่ ให้สถานที่ราชการรัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา

ข้าพระพุทธเจ้าในนามของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัยอย่างสงบ และขอบารมีพระองค์ปกป้องคุ้มครองปวงชนชาวไทยตลอดไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats