บรรจุพระสรีรางคาร พระพี่นาง สุสานหลวงรังษีวัฒนา 'ในหลวง'ทรงยืนนิ่งไว้อาลัย
 
 
20 พ.ย. 51
 
     
 
 
     
 

“ในหลวง-ราชินี” ทรงประกอบพระราชพิธีเชิญพระสรีรางคาร “พระพี่นางเธอฯ” บรรจุลงถ้ำศิลาในอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา วัดราชบพิธฯ พสกนิกรแต่งดำร่วมในพระราชพิธี รอเฝ้ารับ-ส่งเสด็จฯ แน่นขนัด ทั้งนี้ตลอดวันมีประชาชนเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และพระเมรุฯ ไม่ขาดสาย ยอดวันแรกมีถึง 84,000 คน ด้าน วธ.ชวนส่งภาพถ่ายงานพระเมรุประกวด คัดเลือก 84 ภาพจัดนิทรรศการทั่วโลกและตีพิมพ์ลงหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์

อัญเชิญพระสรีรางคารสู่สุสานหลวง
เมื่อวันที่ 19 พ.ย.51 เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีบรรจุพระสรีรางคางสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาถึงยังพระบรมมหาราชวัง โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระผอบพระสรีรางคารขึ้นรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และตั้งขบวนอิสริยยศเตรียมไว้เพื่อเคลื่อนริ้วขบวนที่ 6 จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเข้าขบวนพระสรีรางคารออกจากพระบรมมหาราชวัง

เชิญไปอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา
ในเวลา 16.31 น. เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลา เชิญพระผอบพระสรีรางคารเข้าสู่พระอุโบสถ ไปประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ ข้างพระพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรสปฏิมากร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตามเข้าพระอุโบสถ

จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส ซึ่งเป็นพระประธานของพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชสรีรางคารของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ และเสด็จฯ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระผอบพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไปยังอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา และจากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตาม

“ในหลวง” ทรงเชิญลงถ้ำศิลา
ต่อมาเวลา 17.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เฝ้ารับเสด็จ

เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูสุสานหลวงด้านถนนอัษฎางค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเชิญพระสรีรางคารลงในถ้ำแล้วทรงปิดฝาถ้ำศิลา และเลื่อนเชิญเข้าสู่ที่บรรจุ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางพวงมาลาหน้าที่บรรจุพระสรีรางคาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ จากนั้นในเวลา 17.16 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จไปประทับยังรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูสุสานหลวง (ด้านถนนอัษฎางค์) วัดราชบพิธฯ เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วเจ้าหน้าที่ปิดผนึกที่บรรจุพระสรีรางคาร

ปชช.รอเข้าชมพระเมรุแน่นขนัด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เข้าชมนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นวันที่ 2 เมื่อเวลา 10.00 น. แน่นขนัดไปด้วยประชาชนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งคณะสงฆ์และแม่ชี เดินทางมารอเพื่อเข้าชมพระเมรุตั้งแต่ช่วงเช้า นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างประเทศที่หลั่งไหลมาชมความงดงาม แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว ขณะที่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ต่างให้ความสนใจศึกษาพระประวัติและพระกรณียกิจของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวง สำหรับในส่วนของซุ้มจำหน่ายของที่ระลึก มีประชาชนต่อแถวยาวเหยียด โดยมีการแจกบัตรคิวเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนที่เข้าชมพระเมรุแต่งกายสุภาพ งดนำเครื่องดื่มและอาหารเข้ามาในพื้นที่ ห้ามเด็ดดอกไม้โดยเด็ดขาด และระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า เนื่องจากเนืองแน่นไปด้วยประชาชนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ต้องรอชมความงดงามของริ้วขบวนพระอิสริยยศ เชิญพระสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุพระอังคาร ณ อนุสรณ์สถานรังสีวัฒนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นริ้วขบวนสุดท้ายในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

ยอด ปชช.ชมพระเมรุวันแรก 84,000 คน
นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยถึงการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ วันแรกในวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ยังพบประชาชนแต่งกายไม่สุภาพ เช่น สวมกางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยว และเสื้อสีแดงมาชมนิทรรศการ จึงขอความร่วมมือให้แต่งกายด้วยความสุภาพ สีสันไม่ฉูดฉาด นอกจากนี้ ยอดผู้เข้าชมวันแรก ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. มีประชาชนเข้าชมกว่า 84,000 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เด็ดดอกไม้ประดับ สำหรับนิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. จนถึงวันที่ 30 พ.ย. โดยจะไม่มีการขยายเวลา และจะย้ายไปจัดตามภูมิภาคต่างๆ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่สนามหลวง จัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการเคลื่อนย้ายพระเมรุเป็นเรื่องยาก

วธ.ชวนประชาชนประกวดภาพพระเมรุฯ
วันเดียวกันที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานการแถลงข่าวโครงการประกวดภาพถ่าย หัวข้อ แสงแห่งรุ้ง สถิตในดวงใจนิรันดร์ นายวีระ กล่าวว่า ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. มีประชาชนและชาวต่างชาติ ให้ความสนใจและนิยมถ่ายภาพเหตุการณ์ในพระราชพิธีเก็บไว้เป็นที่ระลึก ดังนั้น วธ. จัดโครงการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ แสงแห่งรุ้ง สถิตในดวงใจนิรันดร์ เพื่อรวบรวมภาพถ่ายทั้งบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สถานที่จัดงานพระราชพิธีในส่วนภูมิภาค ถือเป็นหลักฐานและข้อมูลสำคัญ ที่บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาแก่ผู้ที่สนใจ

สำหรับภาพที่จะส่งเข้าประกวดนั้น จะต้องเป็นภาพถ่ายเกี่ยวกับงานพระราชพิธีฯ อาทิ พระเมรุและอาคารประกอบ ราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ริ้วขบวนต่างๆ รวมทั้งภาพเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ภาพที่ส่งประกวดต้องเป็นภาพสี ขนาด 8X10 นิ้ว แบ่งการประกวดออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.ประเภทสื่อมวลชน 2.ประชาชนทั่วไป 3.เด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 20 ปี และ 4.ชาวต่างประเทศที่อยู่ในเมืองไทยและต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมประกวด 1 คนส่งไม่ได้ไม่เกิน 6 ภาพ สามารถส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย. ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ วธ. เลขที่ 666 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทร.0-2422-8851-8 หรือ www.m-culture.go.th

“การประกวดทุกประเภท จะได้รับรางวัลพร้อมประกาศเกียรติคุณและโล่ รางวัลที่ 1 จำนวน 10, 000 บาท รางวัลที่ 2 จำนวน 7,000 บาทรางวัลที่ 3 จำนวน 5,000 บาท และรางวัลเกียรติยศอีกประเภทละ 18 ภาพ รวมทั้งหมดจะได้ 84 ภาพ นอกจากนี้ วธ.จะขอความร่วมมือจากช่างภาพมืออาชีพส่งเข้ามา เพื่อคัดเลือกไปจัดนิทรรศการอีก 84 ภาพ เพื่อนำไปจัดนิทรรศการในภาคต่างๆ ทั่วประเทศและต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เคยพำนัก โดยจะจัดพิมพ์หนังสือภาพ คู่มือในการชมนิทรรศการ แบ่งเป็น 2 ขนาด ขนาดใหญ่ จำนวน 10,000 เล่ม แจกจ่ายให้หอสมุดทั่วประเทศ และขนาดเล็กอีก 100,000 เล่ม แจกให้กับประชาชนทั่วไป” นายวีระ กล่าว

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ “ในหลวง”
นายนัดดา บุรณศิริ นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA) กล่าวชื่นชมพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่พระองค์ท่าน ได้รับถวายรางวัลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO), สมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (IFIA) และ KIPA ว่า พระองค์ท่านทรงมีพระอัจฉริยภาพในศาสตร์หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นการดนตรี, การกีฬา, ศิลปะ รวมทั้งการประดิษฐ์คิดค้น, กังหันน้ำชัยพัฒนาที่พระองค์ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้น คือ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาประหยัด สามารถนำมาใช้ได้จริง และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ และทั่วโลก ถือได้ว่าพระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รับการถวายสิทธิบัตร และได้รับการถวายรางวัล จากองค์การระหว่างประเทศในคราวเดียวถึง 3 สถาบัน ในฐานะคนไทยและตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถของพระองค์ ที่ได้นำเกียรติยศและชื่อเสียงมาสู่ประเทศและปวงชนชาวไทยของเรา

ที่มา : บ้านเมือง

 
     
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats