| |
"ในหลวง-ราชินี"เสด็จ ไว้ใน"พระที่นั่งจักรีฯ" ตกแต่ง"สุสานหลวง" บรรจุ"พระสรีรางคาร"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ในพระราชพิธีพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ พระที่นั่งดุสิตฯ ทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิพระสงฆ์ถวายศีล ถวายพระธรรมเทศนา ก่อนจะมีพิธีอีกครั้งในวันที่ 18 พ.ย.นี้ เชิญพระโกศพระอัฐิ ด้วยพระที่นั่งราเชนทรยาน พร้อมด้วยริ้วขบวนพระอิสริยยศ ขึ้นสู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ประดิษฐานใน "พระวิมานทอง" ด้านสำนักพระราชวัง นำยอดพระจิตกาธาน ทั้งเครื่องสด งานแทงหยวก ดอกไม้สด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตามธรรมเนียมโบราณราชประเพณี คืนสู่น้ำดั่งเป็นตัวแทนสรวงสวรรค์ ส่วนที่พระเมรุเปิดให้เข้าชมแล้ว พร้อมทั้งนิทรรศการ ไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. วัดราชบพิธฯ ตกแต่งสุสานหลวง อนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา เตรียมรับเสด็จ ในพระราชพิธีบรรจุพระสรี รางคารในถ้ำศิล
"ในหลวง"เสด็จฯราชพิธีพระอัฐิ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ โดยเจ้าพนักงานเตรียมการพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ออกประดิษ ฐาน ณ พระแท่นมุกราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยต้นไม้ทองเงิน เครื่องพระบรมราชอิสริยยศราชูปโภค เครื่องราชสักการะ และเชิญพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประดิษฐานที่พระแท่นมณฑลมุก ทอดเครื่องนมัสการไว้พร้อม
จากนั้นเวลา 17.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่เชิญออกประดิษฐาน ณ พระแท่นมุกราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานในบุษบกทองพระแท่นสุวรรณเบญจดล
พระสงฆ์สวดสดับปกรณ์พระอัฐิ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบรมอัฐิ และพระอัฐิที่พระแท่นมณฑลมุก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงถวายพัดรองที่ระลึกงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แด่สมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา พระราชาคณะ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ พระรับอนุโมทนา 4 รูป และพระสงฆ์สดับปกรณ์ 10 รูป พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์สดับปกรณ์พระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
ทรงรับศีล-ธรรมเทศนา
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่จงกลธรรมาสน์ พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส ที่จะถวายเทศน์ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรง ธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชบุพการี และสำหรับพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงธรรม พระพรหมเมธี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระพรหมเมธีที่เทศน์ถวายอนุโมทนาบนธรรมาสน์ พระ 4 รูปรับอนุโมทนา
ทรงกราบพระอัฐิ-เสด็จฯกลับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ และรับอนุโมทนา 5 รูปสดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา และทรงทอดผ้าไตรอีก 10 ไตร ถวายพระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่เชิญออกประดิษฐานในพระราชกุศลนี้ แล้วถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงกราบพระบรมอัฐิ และพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่หน้าพระแท่นนพปฎลเศวตฉัตร แล้วเสด็จฯ ไปทรงกราบพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราช ดำเนินกลับ
นำยอดพระจิตกาธานลอยน้ำ
ก่อนหน้านี้ในเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระ ราชวัง ผู้ควบคุมและดูแลงานเครื่องสดประกอบพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ นำยอดพระจิตกาธานที่เป็นเครื่องสด ในส่วนของดอกไม้สด งานแทงหยวก และงานแกะสลักของอ่อน รวมถึงฟักทองที่แกะสลักพระนาม กว นำไปจำเริญน้ำ หรือลอยน้ำ ที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าราชวรดิฐ
นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม เจ้าหน้าที่บริหารงานในพระองค์ ระดับ 5 ฝ่ายพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ผู้ควบคุมและดูแลงานเครื่องสดประกอบพระจิตกาธาน กล่าวว่า ถือว่าเป็นไปตามโบราณราชประเพณี ที่จะนำเครื่องสดพระจิตกาธานไปลอยน้ำ หลังจากงานพระราชพิธีพระราชทาน เพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ เสร็จสิ้นลงไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการคืนสู่น้ำ น้ำคือความร่มเย็น มีความหมายเป็นดั่งตัวแทนของสรวงสวรรค์
วัดราชบพิธฯตกแต่งสุสานหลวง
ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ สถานที่ประกอบพระราชพิธีบรรจุพระสรี รางคาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ณ อนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระ สาสนโสภณ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ มอบหมายให้พระธรรมวรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานในการจัดพระราชพิธีบรรจุพระสรีรางคาร กับทางสำนักพระราชวัง รวมทั้งให้ดูแลความเรียบร้อยในการจัดสถานที่บริเวณสุสานหลวง เพื่อเตรียมการรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์
ต่อมาพระธรรมวรเมธี ให้เจ้าหน้าที่วัด รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เข้ามาจัดตกแต่งสวน และทางเดินภายในสุสานหลวง อีกทั้งให้ช่างทาสีตกแต่งพระเจดีย์ และพระปรางค์รอบสุสานหลวงให้สวยงาม โดยเฉพาะอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา ซึ่งใช้เป็นที่บรรจุพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ ได้รับการบูระณะตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอย่างสวยงามสมพระเกียรติยิ่ง
ปลูกไม้สวยงามหายาก84ชนิด
ส่วนด้านหน้าอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา จัดตั้งเป็นพลับพลาพื้นยก สำหรับใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเชิญพระสรีรางคารในถ้ำศิลา นอกจากนี้ บริเวณรั้ววัดราชบพิธฯ มีเจ้าหน้าที่คอยประดับตกแต่งพู่ห้อยระย้าสีขาวดำ แขวนไว้รอบวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนบริเวณด้านประตูทางเข้าวัดราชบพิธฯ ฝั่งถนนราชบพิธ และพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ ทำความสะอาดและจัดตกแต่ง
พระธรรมวรเมธี กล่าวว่า เร่งเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีบรรจุพระสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ อย่างเต็มที่ ถือว่าเตรียมความพร้อมร้อยละ 90 น่าพอใจ เหลือเพียงแค่การจัดตกแต่งสวนภายในสุสานหลวงให้เรียบร้อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยนำพันธุ์ไม้สวยงามหายาก 84 ชนิด เข้ามาประดับตกแต่งโดยรอบ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้สีฟ้า เป็นสีทรงโปรดของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ หรือเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เช่น กันภัยมหิดล เป็นชื่อพันธุ์ไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ พระราชทานเป็นพันธุ์ไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล
บรรจุพระสรีรางคารในถ้ำศิลา
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวว่า สำหรับสวนไม้ดอกที่ประดับภายในสุสานหลวง ภายหลังเสร็จพระราชพิธีแล้ว ทางวัดราชบพิธฯ จะนำชื่อพันธุ์ไม้มาปักติดไว้ตามกอซุ้มต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาชมทราบชื่อพันธุ์ไม้และสายพันธุ์ได้ ส่วนคูหาด้านทิศเหนือ ภายในอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา ใช้เป็นที่บรรจุพระสรีรางคาร ก็เตรียมสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน โดยภายในอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคาร และพระอัฐิ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชโอรส และพระราชธิดาพระองค์อื่นๆ รวมทั้งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี
พระธรรมวรเมธี กล่าวต่อว่า สำหรับพระสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ จะบรรจุในถ้ำศิลาด้านล่างของพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่วนด้านบนเป็นที่ประดิษ ฐานพระพุทธรูปจำลองประจำชนมวาร ปางถวายเนตร ประดิษฐานประจำแท่นพระด้านทิศเหนือ ข้างที่บรรจุพระสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ ในอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา
ประดิษฐานพุทธรูปพระชนมวาร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวต่อว่า สำหรับพระพุทธรูปปางถวายเนตร ที่นำมาประดิษฐานในอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา จำลองมาจากพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ปางถวายเนตร ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงทอดพระเนตรแบบ และพระราชทานพระวินิจฉัยด้วยพระองค์เอง ทรงเททองหล่อเมื่อครั้งทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา พระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่จำลองนี้ หล่อด้วยโลหะผสมมีทองคำชนวนจากทองคำส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม มอบให้นำมาเป็นทองชนวน องค์พระพุทธรูปสูง 18 นิ้ว ฐานกว้าง 9 นิ้ว ปิดด้วยทองคำเปลว 100 เปอร์เซ็นต์ เททองหล่อ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2551 เวลา 14.14 น. ณ ลานหน้าพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ และจะประดิษฐานประจำแท่น ในวันอังคารที่ 18 พ.ย.นี้
"สุสานหลวงวัดราชบพิธฯ ถือเป็นอนุสรณ์ปูชนียสถานที่สำคัญของชาติแห่งหนึ่ง แม้กาลเวลาจะทำให้สุสานหลวงชำรุดทรุดโทรมไปบ้าง แต่ด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และด้วยพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระดำริให้บูรณะรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ และจัดตั้งกองทุนสุสานหลวงวัดราชบพิธฯ เพื่อดูแลรักษาสถานที่ที่เป็นส่วนรวมให้งดงาม และให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้าชมศึกษาหาความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมที่ต่างยุคสมัยกันอย่างน่าสนใจ" พระธรรมวรเมธี กล่าว
"ดอกแก้วกัลยา"เป็นของที่ระลึก
ด้านนางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับพิธีบรรจุพระสรีราง คาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ในวันที่ 19 พ.ย. ทางสำนักพุทธฯ จัดเตรียมนำนิทรรศ การสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ไปจัดแสดงด้วย โดยจัดแสดงที่บริเวณถนนอัษฎางค์ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้จะนำหนังสือสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ กับสถาบันพระพุทธศาสนา ที่จัดพิมพ์โดยมหาเถรสมาคม ร่วมกับสำนักพุทธฯ ไปแจกผู้ที่เข้าชมนิทรรศการในวันดังกล่าวด้วย
ขณะที่ นายณัฐพัชร์ อินทุภูติ ประธานสภาสังคม สงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำดอกแก้วกัลยา ดอกไม้ประดิษฐ์ สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ จำนวน 20,000 ดอก มอบให้สำนักราชเลขาธิการ เพื่อเป็นของที่ระลึกให้กับแขกผู้มาร่วมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และสำนักราชเลขาธิการนำมามอบให้กับผู้เข้าร่วมงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จำนวน 3,000 ดอก
เปิดให้เข้าชม"พระเมรุ"วันนี้
นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชา สัมพันธ์ กล่าวถึงนิทรรศการสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ว่า จัดขึ้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 18-30 พ.ย. เวลา 10.00-21.00 น. หลังจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เปิดงานในเวลา 15.00 น. วันที่ 18 พ.ย.แล้ว จะให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ และพระเมรุอย่างใกล้ชิด โดยจะจัดระเบียบให้เดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ในส่วนต่างๆ พร้อมกันนี้จะเปิดตัว 2 บุคคล ใน 6 ภาพ ที่เคยเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ อย่างใกล้ชิดด้วย
รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแต่งกายของประชาชนที่จะเข้ามาในพื้นที่พระเมรุ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดไว้ทุกข์ แต่ขอให้แต่งกายสุภาพ เพราะเป็นเขตพระราชฐาน และขอความร่วมมืออย่าเด็ดดอกไม้ในพื้นที่โดยเด็ดขาด และควรใช้รถโดยสารสาธารณะ เพราะคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้าชมนิทรรศการเป็นจำนวนมาก
จัดนิทรรศการใหญ่12โซน
นายกฤษณพร กล่าวว่า นิทรรศการจะแบ่งเป็น 12 โซน คือ
1.ตามรอยพระบาทแก้วกัลยา เป็นการจัดแสดงภาพวาดพระประวัติ และพระกรณียกิจ จำนวน 84 ภาพ ตามจำนวนพระชันษา จาก 84 ศิลปินในโครงการ "ศิลปกรรมพระประวัติพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
2.สมพระเกียรติยศพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เป็นการประมวลภาพเหตุการณ์ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อวันที่ 14-16 พ.ย.
3.กัลยาณิวัฒนา แห่งราชสกุลมหิดล เป็นการจัดแสดงพระประวัติ และพระอิสริยยศ นับแต่ประสูติจนถึงทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศครั้งสุดท้าย รวมถึงนัยความหมายแห่งพระนาม
4.สมเด็จเจ้าฟ้าในใจประชา เป็นการประมวลภาพแห่งความประทับใจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ขณะเสด็จไปเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ พร้อมข้อความบรรยายความรู้สึกของประชาชนชาวไทย ที่มีต่อพระองค์ โดยคณะกรรมการจัดงานคัดเลือก 6 ภาพประวัติศาสตร์ เพื่อตามหาบุคคลในภาพ และเปิดให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ มีโอกาสส่งภาพแห่งความทรงจำ ที่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเขียนถ้อยคำระลึกถึงพระองค์ โดยสามารถส่งตรงมายัง ตู้ ปณ.2466 ลาดพร้าว ในวันที่ 12-25 พ.ย. เพื่อนำมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการ
5.พระอุปถัมภ์ ค้ำจุนประชา เป็นการจัดแสดง ข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับมูลนิธิที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงรับไว้ในพระอุปถัมภ์ พร้อมความรู้สึกของตัวแทนบุคคลในพระอุปถัมภ์ ที่บรรยายถึงความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ
ให้ความรู้ด้านต่างๆของราชพิธี
6.โซนองค์อุทิศเพื่อปวงชน เป็นการจัดแสดงพระกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติเมื่อครั้งยังทรงดำรงพระชนมชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
7.โซนพระโกศจันทน์ เป็นการจัดแสดงพระประวัติ และธรรมเนียมการใช้พระโกศ สำหรับพระบรมศพและพระศพ ตามโบราณราชประเพณี ในสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงความเป็นมาของพระโกศจันทน์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ
8.โซนราชรถน้อย เป็นการจัดแสดงประวัติการสร้างราชรถน้อย ความหมายและหน้าที่การใช้งานในอดีตจนถึงงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ในครั้งนี้
9.โซนริ้วขบวนพระอิสริยยศ เป็นการจัดแสดงประวัติริ้วขบวนแห่เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ และพระอิสริยยศ ที่สำคัญในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ และพระศพตามโบราณราชประเพณีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงเครื่องประกอบพระอิสริยยศ และเครื่องแต่งกายในริ้วขบวนแห่พระศพ
10.โซนพระเมรุ เป็นการจัดแสดงประวัติความเป็นมาของพระเมรุมาศ และพระเมรุ ตามโบราณราชประเพณีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ความหมายและแบบร่างพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ รวมถึงงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุโดยรอบ
11.โซนมูลนิธิในพระอุปถัมภ์ และ
12.โซนจำหน่ายของที่ระลึก
กรมศิลป์เปิดให้ชมโรงราชรถ
นายสมชาย ณ นครพนม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ กรมศิลปากร กล่าวถึงการเปิดให้เข้าชมราชรถ ราชยานว่า ได้รับการประสานมาจากกรมประชาสัมพันธ์ ขอให้นำราชรถน้อย ที่พระสงฆ์ประทับทรงสวดนำริ้วขบวนพระอิสริยยศ ไปจัดแสดงที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ตอบรับ พร้อมให้ความร่วมมือ แต่จะประสานไปทางกรมประชาสัมพันธ์ ขอจัดแสดงที่โรงราชรถในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แทน เพราะตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ประชาชนที่ชมพระเมรุ อาคารประกอบแล้ว สามารถเดินข้ามจากสนามหลวงไปชมราชรถน้อยที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้เลย อีกทั้งยังได้ชมเครื่องประกอบพระอิสริยยศอื่นๆ ที่ใช้ในพระราชพิธีนี้อีก เช่น พระมหาพิชัยราชรถ เชิญพระโกศ พระยานมาศสามลำคาน เกรินบันไดนาค พระที่นั่งราเชนทรยาน พระวอสีวิกากาญจน์ และพระเสลี่ยงกลีบบัว
นายสมชายกล่าวต่อว่า ดังนั้นในช่วงนี้ กรมศิลปากรจะเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเฉพาะโรงราชรถ ให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. เวลา 09.00-21.00 น. ตามเวลาการเปิดนิทรรศการสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ส่วนผู้สนใจชมส่วนอื่นๆ จะเปิดให้เข้าชมตามวัน และเวลาปกติ ขณะนี้มีประชาชน นักเรียน นักศึกษาขอเข้าชมราชรถ ราชยาน เป็นจำนวนมากกว่าปกติ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่คนในชาติหันมาสนใจสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และประวัติ ศาสตร์ของชาติ
โครงการดอยตุงเตรียมแจกพันธุ์ไม้
ด้านนายประวิทย์ บุญมี ผอ.ฝ่ายเกษตร สำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า นำดอกอาชูการ์ ฟอร์เก็ตมีน็อต 500 ต้น มาปลูกทดแทนดอกไม้ที่โรยรา บริเวณรั้วราชวัติ เพื่อรองรับการจัดนิทรรศการ ในวันที่ 18-30 พ.ย. สำหรับดอกไม้เก่าที่ถูกเปลี่ยนไปนั้น ส่วนหนึ่งที่ยังคงสภาพอยู่ก็จะนำไปดูแลและขยายพันธุ์ต่อไป ขณะเดียวกันจะดูแลรักษาดอกไม้ และเพิ่มพันธุ์ไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คงความสวยงามตลอดการจัดนิทรรศ การ โดยภายหลังการจัดนิทรรศการ จะแจกจ่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ ให้ประชาชนในวันที่ 1 ธ.ค.
ส่วนนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อยู่ระหว่างการจัดทำวีซีดี และดีวีดี การแสดงมหรสพสมโภชในพระราชพิธีพระราชทาน เพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ เมื่อวันที่ 15-16 พ.ย. ทั้ง 3 เวที อาทิ การแสดงหนังใหญ่ และโขน การบรรเลงดนตรีสากล การแสดงหุ่นกระบอก การแสดงนาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก คณะโจหลุยส์ และละครนอก แจกจ่ายให้กับโรงเรียนและห้องสมุด เพื่อให้เป็นองค์ความรู้ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประเพณี อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่สำคัญเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาไว้เป็นความรู้
"ในหลวง"เสด็จฯพิธีวันที่18พ.ย.
สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีในวันที่ 18 พ.ย. เริ่มจากเวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังพระบรมมหาราชวัง เสด็จเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานในบุษบกทองพระแท่นสุวรรณเบญจดล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประดิษฐานบนพระแท่นมุกราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้วพระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน เสร็จแล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สำหรับพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว ถวายอนุโมทนา แล้วพระ 4 รูปรับอนุโมทนา
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และรับอนุโมทนา พระสงฆ์ 5 รูปสดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 84 รูป เท่าพระชันษาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
เชิญ"พระอัฐิ"สู่พระที่นั่งจักรีฯ
ในระหว่างพระสงฆ์รับพระราชทานฉันในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานเทียบพระที่นั่งราเชนทรยาน สำหรับเชิญพระโกศพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไว้ที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ก่อนตั้งขบวนพระอิสริยยศ ตำรวจหลวง มหาดเล็ก หลวงเป็นคู่แห่ 4 สาย ข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่ ทหารนายพลราชองครักษ์เป็นคู่เคียงพระที่นั่งราเชนทรยาน ทรงพระโกศพระอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องพระอภิรุมชุมสาย สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พระแสงหว่างเครื่อง พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก ภูษามาลาประคอง และพระประยูรญาติเชิญเครื่องพระอิสริยยศไว้พร้อม
จากนั้นเจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ลงจากบุษบกพระแท่นสุวรรณเบญจดล ไปออกพระทวารพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มุขตะวันออก ไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตาม เจ้าพนักงานภูษามาลาประดิษฐานพระโกศพระอัฐิ ในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน ขบวนพระอิสริยยศประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พร้อมแล้วยาตราขบวนพระอิสริยยศเชิญพระอัฐิ จากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
ประดิษฐานใน"พระวิมานทอง"
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตาม พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และครอบครัว
เมื่อเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระอัฐิขึ้นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ไปยังพระวิมาน เมื่อประดิษฐานพระโกศพระอัฐิในพระวิมานทองแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธสัมพรรโณภาศแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องสักการะพระอัฐิ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ที่มา: มติชนออนไลน์ |
|