แม้จะพ้นจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศมาเกือบ 4 เดือน แต่ความสัมพันธ์ของ นพดล ปัทมะ กับ สกอัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังสนิทสนมแน่นแฟ้นไม่ต่างจากเดิม นพดลยืนยันว่ายังโทรศัพท์คุยกันอยู่เสมอ รักใคร่ถึงขนาดที่รองนายกฯ กัมพูชา เรียกว่า Brother (น้องชาย) ทุกคำ นี่คือส่วนหนึ่งของการสนทนากับโพสต์ทูเดย์ หลังจากที่พยายามนัดหมายตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ทั้งก่อนและหลังการไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา แต่เพิ่งจะสบโอกาสในครั้งนี้ที่เจ้าตัวยอมเปิดใจในประเด็น ผมไม่ได้ขายชาติ
เป็นการให้สัมภาษณ์เพียงไม่กี่วันก่อนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหาคณะรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช จากการละเลยรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 ยอมรับคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นพดลไปตกลงกับสกอัน
แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ทำไมสุดท้ายกลับกลายเป็นจุดพลาดครั้งใหญ่
มันเป็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านและพันธมิตรฯ เพราะประเด็นเรื่องเสียดินแดน เป็นประเด็นที่ปลุกเร้าความคลั่งชาติได้ง่าย ทีนี้สื่อบางสื่อก็ไม่รู้ข้อมูล แล้วเรื่องมันซับซ้อนก็เลยไปกันใหญ่
มาตรา 190 ศาลไปตัดสินว่าเป็นหนังสือสัญญาที่อาจมีบทบัญญัติในการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ซึ่งโดยความเคารพผมก็ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ก็บอกไปแล้วว่า 1.ตอนเซ็นทั้งไทยและกัมพูชาไม่ได้มีเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ จึงไม่ถือเป็นสนธิสัญญา 2.เรามั่นใจว่าเราไปเอาพื้นที่ 4.6 ตร.กม. คืนมา ไม่มีการที่จะไปเปลี่ยนแปลงอาณาเขตตรงไหน กรมสนธิสัญญาและกฎหมายก็บอกว่าไม่เข้ามาตรา 190
มาตรา 190 โดยหลักแล้วเป็นกฎหมายจำกัดสิทธิ ซึ่งโดยหลักการกฎหมายต้องตีความโดยเคร่งครัด ห้ามตีความแบบ Liberal หรือตีความแบบขยายความ ครอบจักรวาลไม่ได้ ผมเลยไม่เห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญไปเพิ่มคำว่า อาจมี บทบัญญัติ คือต้อง มี หรือ ไม่มี ชัดเจน
เคยพูดว่าหลังการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนจะทำให้ปัญหาคลี่คลายลง ทำไมเรื่องกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
เพราะว่ามันไม่ครบที่ผมเสนอ ในคำแถลงการณ์ 1.สนับสนุนเรื่องตัวปราสาท 2.พัฒนาร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อน แต่นี่เรายกเลิกคำแถลงการณ์เขาจึงไม่ผูกพันในการที่จะมาพัฒนาร่วมกัน เมื่อคำแถลงการณ์ร่วมถูกระงับโดยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ฉะนั้นในการอนุมัติปราสาทเป็นมรดกโลกที่ควิเบก ประเทศแคนาดา ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคำแถลงการณ์ร่วม ต้องตัดออกไป มันมีข้อมติชัดเจน นัยของมันก็คือว่า เห็นมั้ยแม้เราไม่สนับสนุน แม้เราคัดค้าน กัมพูชาก็ยังขึ้นได้ ฉะนั้นเราประเมินก่อนแล้วไงว่ากัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทได้แน่ เราถึงต้องพยายามเร่งรีบในการตัดพื้นที่ทับซ้อนออกมาไง ฉะนั้นถ้าสมมติว่ากัมพูชายังดึงดันเอาแผนที่เดิมขึ้น เราจะซวยนะ โชคดีที่กัมพูชาเขาเห็นแก่เรา ตามเจตนารมณ์ที่เราไปประชุมกันที่ปารีสไง เขาเลยขึ้นเฉพาะตัวปราสาท
ขณะนั้นเคยคิดหรือไม่ว่าสุดท้ายประเด็นปราสาทพระวิหารจะกลายเป็นสิ่งที่กระเทือนรัฐบาลอย่างหนักหนาที่สุด
ไม่เคยคิด ปราสาทพระวิหารจริงอยู่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องดินแดนที่ต้องแก้ แต่เรารู้ว่าเรามีฝีมือที่จะแก้ได้ และการเจรจาที่เกาะกงและที่ปารีส เราคิดว่าเราพบดอกกุหลาบ เราพบทางออก พบแสงสว่าง แต่กลับมาบังเอิญมันเป็นก้อนอิฐ เพราะว่าคนบางพวกหวังผลทางการเมืองก็บิดเบือน ตอนแรกเราคิดว่าเราเจรจาสำเร็จแล้ว จะเป็นผลงานชิ้นโบ
แดง เราจะอยู่ในประวัติศาสตร์ เราจะเป็น รมว.ต่างประเทศที่ปกป้องดินแดนได้ 4.6 ตร.กม. เราจะเป็นคนที่ทำงานยากสำเร็จ ในขณะที่คนอื่นทำยังไม่สำเร็จ เราตรวจสอบจากไหน เราตรวจสอบจากทหาร เราตรวจสอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เราตรวจสอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เขายืนยันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราจึงทำ
เคยคิดหรือไม่ว่า แนวทางที่ไปสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว มีส่วนทำให้ปัญหาไทย-กัมพูชารุนแรงขึ้น
มันไม่รุนแรงเพราะผม มันรุนแรงเพราะไปสร้างประเด็นเป็นประเด็นชาตินิยมคลั่งชาติ ทำให้ปัญหาบานปลาย จนทำให้มีการเพิ่มกำลังทหาร ตรงกันข้ามถ้าทำแบบผม จะแก้ไขปัญหาได้ ทหารพรานจะยังไม่ตาย ชาวบ้านตามชายแดนจะยังค้าขายได้อยู่ การตรึงกำลังก็ไม่มี ความสัมพันธ์เราก็จะดีอยู่ เพราะว่าถ้าทำตามแนวทางของผม ดินแดน 4.6 ตร.กม. ก็รักษาได้ ความสัมพันธ์ก็รักษาได้ พื้นที่ทับซ้อนในขณะที่ยังปักปันเขตแดนไม่เสร็จ เพราะว่ายังเถียงกัน ยังอ้างแผนที่คนละฉบับ ก็มาทำเป็นสวนสันติภาพ หรือมาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ต่างคนต่างอ้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน แล้วก็รอคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี มาปักปันเขตแดน เพราะฉะนั้นมันก็จะไม่ทะเลาะกันไง แต่พอคำแถลงการณ์ร่วมมันตกไป ต่างคนก็ต่างอ้างว่าเป็นของตัวเอง ก็ต้องตรึงกำลังเพื่อแสดงอธิปไตยเหนือดินแดน
ที่มา: เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ |