ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ แถลงข่าวผลการประชุมระดับ รมว.การต่างประเทศไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดีและเรียบร้อย โดยการประชุมคณะกรรมาธิ การเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ทำงานด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัยและเจรจาคืบหน้าไปมาก ยกเว้น 2 กรณีที่เกี่ยวกับชื่อและคำจำกัดความ ที่จะระบุในข้อตกลง โดยนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศกัมพูชา ขอให้ไทยใช้คำว่า พระวิเหียะ แทนคำว่า พระวิหาร ที่เป็นคำที่ไทยใช้มาตลอด แต่ฝ่ายไทยมีข้อผูกพันกับรัฐสภาว่ากรอบใด ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยฝ่ายไทย มีความจำเป็นที่ต้องนำผลการเจรจา กลับมาเสนอต่อรัฐสภาให้พิจารณาอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการปรับกำลังทหาร โดยขั้นแรกไทยเสนอตามกรอบการเจรจาที่ได้จากรัฐสภาโดยระบุว่า พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร แต่กัมพูชาขอตัดออกไป เพราะเกรงว่าจะครอบคลุมพื้นที่ที่ศาลโลกกำหนดให้เป็นของกัมพูชา ฝ่ายไทยจึงต้องกลับมาขอกรอบจาก รัฐสภาอีกครั้ง ขณะนี้ทางกระทรวงฯ กำลังประมวลผลการเจรจาทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุม ครม. ให้รับทราบ เพื่อเร่งรัดให้ ครม. ส่งเรื่องไปยังรัฐสภาพิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการสำรวจเขตแดน บริเวณปราสาทพระวิหารนั้น ฝ่ายไทยยืนยันที่จะใช้สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1904 หรือ พ.ศ. 2447 และสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1907 หรือ พ.ศ. 2450 และเอกสารประกอบอื่น ๆ เป็นหลัก.
ที่มา: http://www.dailynews.co.th
|