ช่างแทงหยวกเริ่มแกะสลัก เพื่อประดับพระเมรุพระศพพระพี่นางฯ
 
 
13 พ.ย. 51
 
     
 
การเตรียมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพใกล้สมบูรณ์ ช่างแทงหยวกวัย 87 ปี จากเพชรบูรณ์ พร้อมช่าง 28 คน ทำพิธีบูชาพระเพชฉลูกรรม เพื่อเริ่มงานแกะสลัก ส่วนช่างเครื่องสดจากวิทยาลัยในวังชาย 250 คน ดำเนินการแกะสลักเครื่องสด ใช้ฟักทอง 500 กก. มะละกอ 300 กก. ประดับพระเมรุ ด้านอธิบดีกรมศิลปากร เตรียมแถลงความคืบหน้า การจัดทำพระโกศทองคำบรรจุพระอัฐิ และช่อดอกไม้จันทน์สำหรับ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ส่วน กระทรวงสาธารณสุขพิมพ์หนังสือ “ดั่งดวงแก้ว ส่องฟ้าสาธารณสุข” 7 หมื่นเล่ม แจกในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ด้าน กรมธนารักษ์ สั่งเตรียมเหรียญที่ระลึกจำหน่ายให้เพียงพอ

ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้คณะกรรมการผู้บริหาร พนักงาน บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการบริษัท เบญจจินดาฯ เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้พระมหาไพเราะ วัดสระแก้ว จ.อ่างทอง แสดงพระธรรมเทศนาอุทิศถวายในบท “สติปัฏฐานคาถา”

สำนักพระราชวังยังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ได้ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ยังคงมีประชาชนเดินทางมาเป็น ครอบครัว และหมู่คณะ เข้าถวายสักการะกันอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมให้สมเด็จนโรดม สิริวุฒิ พระปิตุลา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เสด็จเชิญพวงมาลา อันประกอบด้วย พวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, พวงมาลาของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระราชบิดา และพวงมาลาของเจ้าหญิงโมนิก พระราชมารดา เข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

จากนั้นเวลา 19.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ คณะกรรมการผู้บริหาร พนักงาน บริษัท เทพผดุงพร มะพร้าว จำกัด และบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สำหรับยอดเงินที่ประชาชนร่วมถวายทั้งสิ้น 161,325,169.92 บาท

วันเดียวกันในเวลา 08.09 น. ณ อาคาร มหามงคล สโมสรข้าราชบริพาร นายประสม สุสุทธิ ช่างแทงหยวก วัย 87 ปี ได้นำคณะช่างแทงหยวกและช่างประกอบ จ.เพชรบุรี 28 คน พร้อมต้นกล้วยตานี 84 ต้น ที่จะใช้สำหรับแกะสลักประดับพระจิตกาธานพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทำพิธีบูชาพระเพชฉลูกรรม เป็นเทพประจำช่างแกะสลัก เพื่อขอความเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ช่างแทงหยวก ซึ่งจะมีแม่ลายแบบแผนโบราณราชประเพณี ลายลูกฟัก ลายกระจังฟันปลา กระจังฟันสาม และฟันห้า ทั้งนี้ตนจะทำให้สุดฝีมือเหมือนเมื่อครั้งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้จัดแทงหยวกงานพระเมรุมาศ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี

ที่สโมสรข้าราชบริพาร นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม เจ้าหน้าที่บริหารงานในพระ องค์ ฝ่ายพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะ กองศิลป กรรม สำนักพระราชวัง ในฐานะผู้ควบคุมและดูแลงานเครื่องสด ประกอบพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ กล่าวว่า ขณะนี้ช่างเครื่องสดที่มาจากวิทยาลัยในวังชาย ศิษย์เก่าวิทยาลัยในวังหญิง กองแพทย์หลวงจิตรลดา ข้าราชการบำนาญ และจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์งานแกะสลักผลสดเป็นรูปต่าง ๆ 250 คน ได้ดำเนินการแกะสลักเครื่องสดใช้ประดับพระจิตกาธาน บนพระเมรุไปบ้างแล้วประกอบด้วย งานแทงหยวกกล้วย งานแกะสลักของอ่อน และงานดอกไม้สด

นายบุญชัย กล่าวต่อไปว่า เครื่องสด จำพวกผลฟักทอง มะละกอดิบ ผลไม้ ได้ถูกนำมาแกะสลักเป็นพระนามย่อ กว. สัตว์หิมพานต์ชนิดคชปักษีนาคา โดยลำตัวเป็นพญานาคมีงวงและงาเหมือนช้าง มีปีกและขาเหมือนนก เมื่อแกะสลักเสร็จแล้วจะนำไปชุบสีเหลืองแล้วนำใส่กล่องโฟมแช่เย็น เพื่อใช้ในวันพระราชพิธีฯ ส่วนงานดอกไม้สด ประเภทร้อยกรองดอกไม้ จัดทำแผงตาข่ายม่านเมรุเป็นพวงแขวน ใช้ดอกรักกว่า 500 กก. ดอกกล้วยไม้ย้อมสีฟ้าทำคล้ายดอกแก้วกัลยามามัดเป็นอุบะผูกติดกับตาข่ายกว่า 2 หมื่นดอก นอกจากนี้ยังมีเครื่องประกอบพระจิตกาธานอีกหลายส่วน ได้แก่ เทวดาลอย 4 องค์ คล้ายกับเทวดาในฉากบังเพลิง ลอยอยู่บนเมฆ ถือบังแทรก บังสูรย์ จามร และพัด นรสิงห์ 12 ตัว ประดับรอบฐานเสา ฉัตรทองฉลุลายใช้ปักยอดพระจิตกาธาน โดยจะจัดทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พ.ย. เพื่อที่จะนำไปตกแต่งพระจิตกาธานบนพระเมรุเช้าวันที่ 14 พ.ย. พร้อมกับการตกแต่งแทงหยวกพระจิตกาธานให้แล้วเสร็จในคืนวันเดียวกัน

นายบุญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสำนักพระราชวังได้มีการนำฟักทอง มะละกอ ที่นำมาแกะสลักประกอบพระจิตกาธาน โดยมีการซื้อฟักทองมาแกะสลัก 500 กก. ส่วนมะละกอ 300 กก. ทั้งนี้ในการซื้อปรากฏว่าแม่ค้าที่ปากคลองตลาดทราบว่าจะมาใช้ในการแกะสลักในงานพระเมรุ จึงได้นำฟักทอง 300 กก. มะละกอ 150 กก. เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวของแม่ค้าปากคลองตลาด ทำให้ตนรู้สึกซาบซึ้งที่ทุกคนต่างสำนึกในพระกรุณา ธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และขณะนี้การดำเนินการแกะสลักและแทงหยวกได้เสร็จไป ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ มีจำนวนคนที่ร่วมแกะเครื่องสดและแทงหยวกประมาณ 580 คน และในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 14.00 น. จะนำเครื่องประกอบพระจิตกาธานทั้งหมดไปประกอบพระเมรุ

ด้าน น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น ประธานคณะออกแบบและจัดสร้างพระเมรุฯ กล่าวว่า ได้ให้คณะช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากร 23 คน เตรียมพร้อมปฏิบัติงานในวันที่ 15 พ.ย. วันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ตั้งแต่เช้าตรู่ ที่ริ้วขบวนพระอิสริยยศอัญเชิญพระโกศออก จากพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งเคลื่อนไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อดูแลพระโกศลง จากพระยานมาศเทียบเกรินบันไดนาคเคลื่อนสู่พระจิตกาธานภายในโถงพระเมรุ ทั้งการถอดพระโกศทองใหญ่ พระลองในเพื่อเข้าประกอบพระโกศจันทน์ให้เป็นไปตามหมายพระราชพิธี

ขณะที่ นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในวันที่ 13 พ.ย. เวลา 11.00 น. น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น จะแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำพระโกศทองคำบรรจุพระอัฐิและช่อดอกไม้จันทน์ สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในส่วนของพระเมรุขณะนี้ได้ปูพรมเสร็จเรียบร้อย และสวนภูมิทัศน์ดอกไม้ได้เปิดผ้าคลุมพลาสติกแล้ว

สำหรับบรรยากาศบริเวณพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง นอกจากจะมีประชาชนจำนวนมากมาบันทึกภาพบริเวณรอบนอกรั้วราชวัติ ขณะเดียวกันโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้เปิดพลาสติกที่ใช้คลุมแดดและฝนให้ดอกไม้เมืองหนาวในโทนสีฟ้าและม่วงอมฟ้าออกเป็นครั้งแรก โดยนายประวิทย์ บุญมี ผอ.ฝ่ายเกษตร สำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งดูแลเรื่องการประดับตกแต่งดอกไม้รอบพระเมรุ ได้กล่าวว่า ได้ทยอยเปิดพลาสติกที่ใช้คลุมแดดและฝนของดอกไม้เมืองหนาวออก ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. วันที่ 11 พ.ย.

พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. กล่าวถึงประชาชนที่จะมาร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ในวันที่ 15 พ.ย. ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไปว่า เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทาง มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบ ต่อปัญหาการจราจร จึงขอแจ้งให้ทราบว่ามีจุดที่สามารถรับดอกไม้จันทน์ได้ 4 จุด คือ ที่ท้องสนามหลวง 4 ซุ้ม ที่ท่าช้าง ที่ฝั่งตรงข้ามพระแม่ธรณีบีบมวยผม และที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่ง แห่งละ 1 ซุ้ม โดยดอกไม้จันทน์ที่วางแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำไปเผาที่วัดมกุฏฯ วัดโสมฯ และวัดสังเวชฯ ในเวลา 22.00 น. หากมีข้อสงสัยเส้นทางสามารถสอบถามได้ที่ โทร. 1197

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในพิธีส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สู่สวรรคาลัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดกิจกรรมเพื่อร่วมส่งเสด็จ ประกอบด้วย การจัดบำเพ็ญพระกุศลถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวันที่ 13 พ.ย. นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงฯ และในวันที่ 13-16 พ.ย. จะจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อีกครั้ง ส่วนในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ในวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำหนังสือ “ดั่งดวงแก้ว ส่องฟ้าสาธารณสุข” จำนวน 7 หมื่นเล่ม สำหรับแจกจ่ายประชาชนที่ไปร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว

ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช. คลัง เปิดเผยว่า ได้กำชับให้กรมธนารักษ์ เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึก อนุสรณ์พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ ที่ให้ความสนใจ โดยเหรียญที่ระลึก เป็นเหรียญทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 50 บาท เปิดจำหน่ายให้ผู้ที่มาร่วมงานในวันที่ 15-16 พ.ย. นี้ ที่พระแม่ธรณีบีบมวยผม สนามหลวง ส่วนในภูมิภาคซื้อได้ที่วัดซึ่งเป็นสถานที่วางดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-2278-5641

ที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุวิทย์ สุบงกุฎ รอง ผวจ. พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมกันส่งและมอบทุนสนับสนุน นายบุญคม ชารีรักษ์ อายุ 48 ปี ชาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของฉายานักปั่นเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะปั่นจักรยานไปร่วมงาน พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. นี้ โดยนายบุญคมกล่าวว่า ตนเองมีความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จึงต้องการจะเดินทางไปร่วมพระราชพิธี โดยจะปั่นรถจักรยานจาก จ.กาฬสินธุ์ไปจนถึง กท. เป็นระยะทางกว่า 600 กม. โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดและประชาชนทั่วไป

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข่าวและภาพข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกในวันเดียวกันนี้ว่า ได้มีการตระเตรียมไว้พร้อมแล้วสำหรับงาน พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระเมรุมณฑลพิธีท้องสนามหลวงใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ในวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. นี้ ขณะที่ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้ประเมินงบค่าใช้จ่ายสำหรับพระราชพิธีในครั้งนี้ไว้ 300 ล้านบาท มีประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศ และลดธงครึ่งเสาเพื่อแสดงความอาลัยและส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย

สำหรับพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ มีพระราชาคณะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ 84 รูป บรรพชิตจีน และญวน 20 รูป.

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์
 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats