บรรยากาศเจบีซีชื่นมื่น ไทย-กัมพูชา" เห็นพ้องเริ่มสำรวจปักปันเขตแดนปราสาทพระวิหารก่อน พร้อมเจรจาลดกำลังทหารในที่ประชุมระดับ รมต. "สมชาย" ดักคอเขมรทอดกฐินบนเขาพระวิหาร ชี้คนละเรื่องกับแสดงสิทธิ์
ที่โรงแรมโซฟิเทล รอยัล อังกอร์ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น. นายวศิน ธีรเวชญาน ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) เปิดเผยภายหลังการประชุมเจบีซีครั้งแรก หลังรัฐสภาอนุมัติกรอบการเจรจาซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย.ว่าบรรยากาศการเจรจาดีมาก ทำให้สามารถได้ข้อยุติในการเจรจาเกือบทั้งหมด โดยที่ประชุมได้หารือถึงการเปลี่ยนจุดการสำรวจ ไปที่บริเวณปราสาทพระวิหารก่อน เพราะพื้นที่ดังกล่าวรัฐบาลสองฝ่ายให้ความสำคัญ หากตกลงกันได้ตามนี้ ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
นายวศิน กล่าวว่า ที่ประชุมยังหยิบยกประเด็นอื่นๆ ขึ้นมาเจรจาคือ การรับทราบผลการสำรวจของคณะสำรวจในหลักเขตที่ 23-51 ซึ่งทำเสร็จแล้ว การตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาประเด็นด้านกฎหมาย การพิจารณาข้อตกลงชั่วคราวสำหรับพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ส่วนของแผนที่ที่นำมาใช้ในการเจรจา ในขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน โดยอาจต้องหารือกันต่อในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ส่วนการประชุมรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 จะเน้นการหารือในเรื่องข้อตกลงชั่วคราว สำหรับพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร
ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่ตอนที่ 6 ตามที่กำหนดไว้ในบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดท่าหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ-เขาสัตตโสม จ.สุรินทร์ ซึ่งเดิมทั้งไทยและกัมพูชาเห็นว่าจุดที่มีปัญหาจะดำเนินการในช่วงท้าย อย่างไรก็ตาม หากที่สุดแล้วที่ประชุมเห็นชอบให้ย้ายมาสำรวจ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ จ.ตราด มายังพื้นที่ดังกล่าวทันที
ด้านนายวา คิม ฮอง ประธานเจบีซีฝ่ายกัมพูชา และรัฐมนตรีอาวุโสผู้รับผิดชอบกิจการชายแดน กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในการเจรจาคือ ให้มีการเปลี่ยนมาปักปักเขตแดนที่บริเวณปราสาทพระวิหารก่อน โดยต้องเริ่มหาหลักเขตแดนเก่าที่มีอยู่ บรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี ไม่มีความตึงเครียดระหว่างกัน กัมพูชาไม่ได้ผลักดันให้ฝ่ายไทยต้องรับความเห็นของเขา และในวันที่ 12 พ.ย.รัฐมนตรีทั้งสองจะหารือ เรื่องการปรับลดกำลังทหารและการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาจะมาทอดกฐินที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งอยู่บนเขาพระวิหาร และเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหา โดยมีท่านผู้หญิงบุนรานี และฮุน เซน เป็นประธานทอดกฐินว่า ยังไม่ทราบ ถ้ามาทอดกฐินก็ต้องดูว่าวัดนั้นมีพระมีเณรหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนขอสอบถามข้อมูลจากทหารและกระทรวงการต่างประเทศก่อนแต่เท่าที่ทราบต่างฝ่ายต่างถอนกำลังออกไปแล้ว
"ถ้ามาทำบุญเฉยๆ แล้วกลับไปไม่มีอะไร เหมือนเราไปทอดกฐินที่ลาว พม่า แต่ไม่เกี่ยวกับการแสดงสิทธิ์ ซึ่งทำไม่ได้ต้องรอการตรวจสอบ เพราะเป็นพื้นที่ที่ใครไม่สามารถมาแสดงกรรมสิทธิ์ได้ ดังนั้นถ้าแสดงความเป็นเจ้าของเราต้องทักท้วง" นายกฯ ระบุ.
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |