| |
อุตุฯ ประกาศเตือนภัย 7 จังหวัดภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่เหนือ-อีสาน อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-5 องศา ด้าน "สมชาย" ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมอ่างทอง ด้าน สธ. สรุปผลการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พบป่วย 2,417 ราย เผยน้ำกัดเท้ามากที่สุด
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. กรมอุตนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย "ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในภาคใต้ ส่วนประเทศไทยตอนบนมีอากศเย็น" ฉบับที่ 2 ว่าร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรง พาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ อนึ่งบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่ จากประเทศจีน ได้แผ่เสริมเข้ามาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้วในวันนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และอุณหภูมิลดลง 2-5 องศากับมีลมแรง
ที่ จ.อ่างทอง วันเดียวกัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กมว.เกษตรฯ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลโผงเผง อ.ป่าโมก เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย และรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำใน จ.อ่างทอง พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนใน ต.โผงเผง ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก ต.จำปาหล่อ ต.บ้านแห ต.บ้านอิฐ ต.โพสะ อ.เมือง รวม 1,400 ชุด นอกจากนี้ นายสมชาย ยังแสดงความห่วงใยประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยจะช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.อ่างทอง หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ ทำให้สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรใน อ.เมืองป่าโมก ไชโย และวิเศษชัยชาญ รวม 16 ตำบล 41 หมู่บ้าน 4 ชุมชน ประชาชน 1,395 ครัวเรือน 2,458 คนได้รับความเดือดร้อน โดยทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมวซสาธารณสุข เปิดเผยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดภาคกลาง เช่น อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ว่ากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล จิตแพทย์ นักจิตวิทยา เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกวัน วันละกว่า 10 ทีม โดยผลสรุปในรอบ 6 วัน มีผู้เจ็บป่วยแล้ว 2,417 ราย โรคที่พบมากที่สุดได้แก่ น้ำกัดเท้า 648 ราย รองลงมาคือความเครียด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ 383 ราย และปวดเมื่อยจากการขนของหนีน้ำ 290 ราย โดยเริ่มพบโรคตาแดง 18 รายที่ อ.เมืองอ่างทอง และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งมีสาเหตุจากการใช้น้ำไม่สะอาดล้างหน้า เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมป้องกันโรคไม่ให้แพร่ระบาดแล้ว ยังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา มีลมพายุพัดแรงในพื้นที่ อ.บางบาล เป็นเหตุให้มีต้นมะพร้าวหักโค่นล้มทับบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 4 ต.บางชะนี ของนางอุดม เกตุยศ อายุ 63 ปี โดยนางอุดม เปิดเผยว่าขณะกำลังนอนหลับพักผ่อนกับ ด.ญ.สุภาพร เกตุยศ อายุ 6 ขวบ หลานสาว ได้เกิดมีลมพัดแรง ทำให้ต้นมะพร้าวหักโค่นทับหลังคาบ้านและตกลงมาที่พื้น ถูกข้าวของถ้วยชามเสียหาย แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดยังท่วมขังใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.พระนครศรีอยุธยา ผักไห่ บางบาล เสนา บางไทร มหาราช นครหลวง บ้านแพรก และบางปะอิน
ที่มา : เดลินิวส์ |
|