ความงามวิจิตร “พระเมรุ” ประตูแห่งสรวงสวรรค์ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ
 
 
10 พ.ย. 51
 
     
 

ความงามวิจิตร “พระเมรุ” ประตูแห่งสรวงสวรรค์ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ

ตามโบราณราชประเพณี การถวายพระเพลิงพระบรมศพ จัดเป็นงานใหญ่ มีการสร้างพระเมรุมาศใหญ่โตมโหฬาร มีมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุพระบรมอัฐิเป็นแบบแผนประเพณีสืบทอดกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีจุดประสงค์ให้ประชาชนชม และถือว่าเป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังถือเสมือนเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพระมหากษัตริย์

สำหรับรายละเอียดการจัดสร้างพระเมรุครั้งนี้ เป็นสถาปัตยกรรมทรงปราสาทจัตุรมุขย่อมุมไม้สิบสองตามแบบศิลปกรรมไทย มีหน้าบันมุขประดับพระนามาภิไธย อักษรย่อ “กว” ทั้ง 4 ด้าน ถัดขึ้นไปเป็นหน้าบันแถลง 5 ชั้น ประดับด้วยรูปเทวดาประจำทิศทั้ง 4 ด้าน หมายถึงจตุมหาราชิก ที่อยู่ของท้าวจตุโลกบาล ถัดขึ้นไปเป็น 5 เชิงบาตรรับบัวกลุ่ม เรียวทรงรูปเป็นปลียอดคั่นกลางด้วยเม็ดน้ำค้าง สื่อความหมายบริสุทธิ์ และที่สุดของสถาปัตยกรรมไทย

ถัดจากนั้นเป็นส่วนยอดสุดของพระเมรุประดับสัปตปฎลเศวตฉัตรที่ขณะนี้คณะทำงานฯ ได้ดำเนินการทดสอบชักรอกโครงเศวตฉัตรขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธียกเศวตฉัตรขึ้นยอดพระเมรุในวันที่ 20 ต.ค.

น.อ.อาวุธ กล่าวอีกว่า อาคารพระเมรุตบแต่งลวดลายไทย ใช้ผ้าทองย่นเป็นสีพื้นหลัก และกระดาษสีต่างๆ เช่น สีฟ้าน้ำทะเล สีแดง สีเขียว สีม่วง ผนังอาคารลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายลูกฟักปะกน เสาลายพุ่มก้านแย่ง ฐานชาลาลายหน้ากระดาน ลายบัว ลายท้องไม้ เป็นต้น ทับซ้อนกลมกลืนกัน ช่วยให้พระเมรุมีความอ่อนช้อยและสง่างาม เมื่อกระทบแสงตะวันจะเห็นเป็นสีทอง และนุ่มนวลเมื่อกระทบแสงไฟในค่ำคืน นอกจากนี้ ได้ประดับสัตว์หิมพานต์ 3 คู่ เทพกินนร อัปสรสีหะ นกทัณฑิมา บริเวณบันไดทางขึ้นพระเมรุเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้คณะทำงานฯ ได้ทยอยรื้อนั่งร้านอาคารพระเมรุจะเหลือไว้ส่วนที่จะทำการประดับสัปตปฎลเศวตฉัตร

“น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น” ประธานคณะทำงานออกแบบและจัดสร้างพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กล่าวว่า แบบร่างพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ น.อ.อาวุธใช้ต้นแบบร่างมาจากแบบร่างของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยยึดเค้าโครงพระเมรุมาศของสมเด็จพระปิตุฉาเจ้าสุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี มาเป็นต้นแบบ แนวคิดหลักได้ยึดถือความเชื่อ เรื่องเขาพระสุเมรุ ตามแบบโบราณราชประเพณี ด้วยการจำลองปราสาท เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ที่สถิตของเหล่าเทวดาและนางฟ้า เพื่อให้สมพระเกียรติ มาเป็นตัวองค์ของพระเมรุ โดยเอกลักษณ์ของพระเมรุที่จะใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อยู่ที่หน้าบันทั้ง 4 ทิศ เนื่องจากได้อัญเชิญตราพระราชลัญจกร กว มาประดิษฐานที่หน้าบันของพระเมรุทั้ง 4 ด้านด้วย มีสถาปัตยกรรมไทยทรงปราสาท ลักษณะจัตุมุขย่อมุมไม้สิบสอง แต่ละด้านของพระเมรุย่อ 3 มุม รวม 4 ด้าน เป็น 12 มุม หน้าบันมุขอักษรพระนาม “กว” พื้นสีแดง สื่อวันพระประสูติ สีฟ้าของพระนามสื่อสีโปรดปราน ถัดขึ้นไปหน้าบันแถลง 5 ชั้น แต่ละชั้นเสมือนเทพยดาผู้รักษาโลก ชั้นแรกจัตุโลกบาล เทวดาประจำ 4 ทิศ

ทิศตะวันตก “วิรูปักษ์” ทิศเหนือ “กุเวร” ทิศตะวันออก “ทตรฐ” ทิศใต้ “วิรุฬหก” ชั้น 2 เป็นชั้นดาวดึงส์ มีพระอินทร์เป็นประธาน 4 ทิศ ชั้นที่ 3 เป็นชั้นดุสิต พระโพธิสัตว์ประทับ 4 ทิศ ชั้นที่ 4 เป็นรูปพรหม 4 ทิศ และชั้นที่ 5 เป็นอรูปพรหม เป็นพรหมไม่มีรูป วางเปล่ามีแต่ดวงจิต โบราณเรียกพรหมลูกฟัก ถัดขึ้นไปเป็นเชิงบาตร 5 เชิงรับบัวคุ่ม ปลียอดมีลูกแก้วและเม็ดน้ำค้างสื่อความบริสุทธิ์ ปลียอดสุดประดับสัปตปฎลเศวตฉัตรขาว 7 ชั้น พระเกียรติยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สูงสุด

ศิลปกรรมพระเมรุเป็นจิตรกรรมลายไทย ผนังภายในพระเมรุประดับลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายดอกแก้วกัลยา ดอกไม้ในจินตนาการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มอบให้กับผู้พิการ ฉากบังเพลิงบังเตาภาพวาดเทวดาถือเครื่องดนตรีสูง ทั้งสี่ด้านกั้นถวายพระเพลิงพระศพ ลายผนังด้านนอกอาคารพระเมรุมีผ้าทองย่นสีพื้นหลัก มีกระดาษสีฟ้าน้ำทะเล สีแดง สีเขียว สีม่วง เป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายลูกฟักปะกน ลายพุ่มก้านแย่ง ลายบัว ลายท้องไม้ เป็นต้น

ทับซ้อนกลมกลืนกันอย่างลงตัวของจิตรกรรมไทยทำให้พระเมรุสง่างาม ที่ชานชาลาพระเมรุประดับเทวดานั่ง 22 องค์ถือบังแทรกและโคมประทีปแก้ว ด้านในเทวดายืน 20 องค์ถือฉัตร บันไดทางขึ้นประดับสัตว์หิมพานต์ 3 คู่ 6 รูป กินนรีด้านทิศตะวันตกทางเสด็จฯ อัปสรสีหะรูปครึ่งคนครึ่งสิงห์ประดับทิศเหนือเชิญพระศพ นกทัณฑิมายืนถือกระบองคอยปกป้องไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาทางด้านทิศใต้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมวาด ลงสี และสร้างพระเมรุด้วย

การออกแบบร่างพระเมรุครั้งนี้ ได้คำนึงถึงสถาปัตยกรรมไทย ตามแบบโบราณราชประเพณีเพื่อให้พระเมรุมีความงดงามเปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ เพื่อถวายพระองค์อย่างสมพระเกียรติมากที่สุดโดยสิ่งที่แตกต่างไปจากพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากที่ใช้ไม้ทั้งหมด แต่ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเหล็ก อาจมีบางส่วนใช้ไม้อัดมาห่อหุ้มแทน เช่น เสา ภายนอกอาจจะมองเห็นเป็นเสาไม้ใหญ่แต่ภายในเป็นเหล็กที่บุด้วยไม้อัด และมีการติดลิฟต์เพื่อเป็นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก

ส่วนสีทองสุกอร่ามอลังการที่เห็น เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นธุระจัดหามาให้จากประเทศจีน ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา

บัดนี้พระเมรุเสร็จสมบูรณ์งดงามตามแบบโบราณราชประเพณี ด้วยฝีมือของช่างศิลปกรรมทุกประเภทที่รวมใจกันถ่ายทอดความจงรักภักดี และความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ถวายพระเกียรติยศแด่พระโสธรเชษฐภคินีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระที่เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

ที่มา : นสพ.บ้านเมือง

 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats