ความงามวิจิตร พระเมรุ ประตูแห่งสรวงสวรรค์ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ
ตามโบราณราชประเพณี การถวายพระเพลิงพระบรมศพ จัดเป็นงานใหญ่ มีการสร้างพระเมรุมาศใหญ่โตมโหฬาร มีมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุพระบรมอัฐิเป็นแบบแผนประเพณีสืบทอดกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีจุดประสงค์ให้ประชาชนชม และถือว่าเป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังถือเสมือนเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพระมหากษัตริย์
สำหรับรายละเอียดการจัดสร้างพระเมรุครั้งนี้ เป็นสถาปัตยกรรมทรงปราสาทจัตุรมุขย่อมุมไม้สิบสองตามแบบศิลปกรรมไทย มีหน้าบันมุขประดับพระนามาภิไธย อักษรย่อ กว ทั้ง 4 ด้าน ถัดขึ้นไปเป็นหน้าบันแถลง 5 ชั้น ประดับด้วยรูปเทวดาประจำทิศทั้ง 4 ด้าน หมายถึงจตุมหาราชิก ที่อยู่ของท้าวจตุโลกบาล ถัดขึ้นไปเป็น 5 เชิงบาตรรับบัวกลุ่ม เรียวทรงรูปเป็นปลียอดคั่นกลางด้วยเม็ดน้ำค้าง สื่อความหมายบริสุทธิ์ และที่สุดของสถาปัตยกรรมไทย
ถัดจากนั้นเป็นส่วนยอดสุดของพระเมรุประดับสัปตปฎลเศวตฉัตรที่ขณะนี้คณะทำงานฯ ได้ดำเนินการทดสอบชักรอกโครงเศวตฉัตรขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธียกเศวตฉัตรขึ้นยอดพระเมรุในวันที่ 20 ต.ค.
น.อ.อาวุธ กล่าวอีกว่า อาคารพระเมรุตบแต่งลวดลายไทย ใช้ผ้าทองย่นเป็นสีพื้นหลัก และกระดาษสีต่างๆ เช่น สีฟ้าน้ำทะเล สีแดง สีเขียว สีม่วง ผนังอาคารลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายลูกฟักปะกน เสาลายพุ่มก้านแย่ง ฐานชาลาลายหน้ากระดาน ลายบัว ลายท้องไม้ เป็นต้น ทับซ้อนกลมกลืนกัน ช่วยให้พระเมรุมีความอ่อนช้อยและสง่างาม เมื่อกระทบแสงตะวันจะเห็นเป็นสีทอง และนุ่มนวลเมื่อกระทบแสงไฟในค่ำคืน นอกจากนี้ ได้ประดับสัตว์หิมพานต์ 3 คู่ เทพกินนร อัปสรสีหะ นกทัณฑิมา บริเวณบันไดทางขึ้นพระเมรุเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้คณะทำงานฯ ได้ทยอยรื้อนั่งร้านอาคารพระเมรุจะเหลือไว้ส่วนที่จะทำการประดับสัปตปฎลเศวตฉัตร
น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น ประธานคณะทำงานออกแบบและจัดสร้างพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กล่าวว่า แบบร่างพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ น.อ.อาวุธใช้ต้นแบบร่างมาจากแบบร่างของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยยึดเค้าโครงพระเมรุมาศของสมเด็จพระปิตุฉาเจ้าสุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี มาเป็นต้นแบบ แนวคิดหลักได้ยึดถือความเชื่อ เรื่องเขาพระสุเมรุ ตามแบบโบราณราชประเพณี ด้วยการจำลองปราสาท เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ที่สถิตของเหล่าเทวดาและนางฟ้า เพื่อให้สมพระเกียรติ มาเป็นตัวองค์ของพระเมรุ โดยเอกลักษณ์ของพระเมรุที่จะใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อยู่ที่หน้าบันทั้ง 4 ทิศ เนื่องจากได้อัญเชิญตราพระราชลัญจกร กว มาประดิษฐานที่หน้าบันของพระเมรุทั้ง 4 ด้านด้วย มีสถาปัตยกรรมไทยทรงปราสาท ลักษณะจัตุมุขย่อมุมไม้สิบสอง แต่ละด้านของพระเมรุย่อ 3 มุม รวม 4 ด้าน เป็น 12 มุม หน้าบันมุขอักษรพระนาม กว พื้นสีแดง สื่อวันพระประสูติ สีฟ้าของพระนามสื่อสีโปรดปราน ถัดขึ้นไปหน้าบันแถลง 5 ชั้น แต่ละชั้นเสมือนเทพยดาผู้รักษาโลก ชั้นแรกจัตุโลกบาล เทวดาประจำ 4 ทิศ
ทิศตะวันตก วิรูปักษ์ ทิศเหนือ กุเวร ทิศตะวันออก ทตรฐ ทิศใต้ วิรุฬหก ชั้น 2 เป็นชั้นดาวดึงส์ มีพระอินทร์เป็นประธาน 4 ทิศ ชั้นที่ 3 เป็นชั้นดุสิต พระโพธิสัตว์ประทับ 4 ทิศ ชั้นที่ 4 เป็นรูปพรหม 4 ทิศ และชั้นที่ 5 เป็นอรูปพรหม เป็นพรหมไม่มีรูป วางเปล่ามีแต่ดวงจิต โบราณเรียกพรหมลูกฟัก ถัดขึ้นไปเป็นเชิงบาตร 5 เชิงรับบัวคุ่ม ปลียอดมีลูกแก้วและเม็ดน้ำค้างสื่อความบริสุทธิ์ ปลียอดสุดประดับสัปตปฎลเศวตฉัตรขาว 7 ชั้น พระเกียรติยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สูงสุด
ศิลปกรรมพระเมรุเป็นจิตรกรรมลายไทย ผนังภายในพระเมรุประดับลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายดอกแก้วกัลยา ดอกไม้ในจินตนาการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มอบให้กับผู้พิการ ฉากบังเพลิงบังเตาภาพวาดเทวดาถือเครื่องดนตรีสูง ทั้งสี่ด้านกั้นถวายพระเพลิงพระศพ ลายผนังด้านนอกอาคารพระเมรุมีผ้าทองย่นสีพื้นหลัก มีกระดาษสีฟ้าน้ำทะเล สีแดง สีเขียว สีม่วง เป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายลูกฟักปะกน ลายพุ่มก้านแย่ง ลายบัว ลายท้องไม้ เป็นต้น
ทับซ้อนกลมกลืนกันอย่างลงตัวของจิตรกรรมไทยทำให้พระเมรุสง่างาม ที่ชานชาลาพระเมรุประดับเทวดานั่ง 22 องค์ถือบังแทรกและโคมประทีปแก้ว ด้านในเทวดายืน 20 องค์ถือฉัตร บันไดทางขึ้นประดับสัตว์หิมพานต์ 3 คู่ 6 รูป กินนรีด้านทิศตะวันตกทางเสด็จฯ อัปสรสีหะรูปครึ่งคนครึ่งสิงห์ประดับทิศเหนือเชิญพระศพ นกทัณฑิมายืนถือกระบองคอยปกป้องไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาทางด้านทิศใต้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมวาด ลงสี และสร้างพระเมรุด้วย
การออกแบบร่างพระเมรุครั้งนี้ ได้คำนึงถึงสถาปัตยกรรมไทย ตามแบบโบราณราชประเพณีเพื่อให้พระเมรุมีความงดงามเปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ เพื่อถวายพระองค์อย่างสมพระเกียรติมากที่สุดโดยสิ่งที่แตกต่างไปจากพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากที่ใช้ไม้ทั้งหมด แต่ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเหล็ก อาจมีบางส่วนใช้ไม้อัดมาห่อหุ้มแทน เช่น เสา ภายนอกอาจจะมองเห็นเป็นเสาไม้ใหญ่แต่ภายในเป็นเหล็กที่บุด้วยไม้อัด และมีการติดลิฟต์เพื่อเป็นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก
ส่วนสีทองสุกอร่ามอลังการที่เห็น เป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นธุระจัดหามาให้จากประเทศจีน ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา
บัดนี้พระเมรุเสร็จสมบูรณ์งดงามตามแบบโบราณราชประเพณี ด้วยฝีมือของช่างศิลปกรรมทุกประเภทที่รวมใจกันถ่ายทอดความจงรักภักดี และความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ถวายพระเกียรติยศแด่พระโสธรเชษฐภคินีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระที่เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน
ที่มา : นสพ.บ้านเมือง |