ลุยสอบ"ฝายแม้ว"ใช้การไม่ได้เพียบงบ5พันจ้าง500
 
 
8 พ.ย. 51
 
     
 

กมธ.ป.ป.ช. ลงพื้นที่พิษณุโลก-แพร่ ลุยสอบ "ฝายแม้ว" ตะลึงเจอฝายสร้างผิดแบบ-ชำรุดเสียหาย-ใช้การไม่ได้เพียบ ชาวบ้านแฉเองรับจ้างแค่ 500 ทั้งๆ ที่มีงบประมาณจุดละ 5,000 บาท "วิลาศ" ถามหาความรับผิดชอบ "อนงค์ วรรณ-อธิบดีกรมอุทยานฯ" เดินหน้าหาเอกสารเบิกจ่ายงบมัด

วานนี้(7 พ.ย.) คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) นำโดย นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน กมธ. ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก และ จ.แพร่ เพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียน กรณีการใช้งบประมาณอย่างไม่โปร่งใส ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ทรัพยากร ที่ดิน และป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อลกผลกระทบภาวะวิกฤติโลกร้อน วงเงินงบประมาณ 770 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบผสมผสาน (ฝายแม้ว) และเพาะพันธุ์หญาแฝก ทั้งนี้มี ส.ส.พิษณุโลกของพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ นายนคร มาฉิม และน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ร่วมคณะไปด้วย

ช่วงเช้า กมธ.ได้เดินทางไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ 10 เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของโครงการดังกล่าว ซึ่งก็ได้รับรายงานว่ามีความผิดปกติใ นการจ้างแรงงานในพื้นที่เดียวกัน แต่ราคาต่างกัน โดย นายวิลาศ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ สตง.ว่า โครงการนี้มีความไม่โปร่งใสแน่นอน และทราบว่ามีการแบ่งสรรงบประมาณกันไปหมดแล้ว เมื่อเริ่มถูกตรวจสอบทำให้บางคนกำลังเดือดร้อนต้องหาเงินไปซ่อมฝายที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก

จากนั้น กมธ.ได้เดินทางไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลกเพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน และสอบถามถึงปัญหาที่ถูกร้องเรียน โดยมีนายศักดา วิเชียรศิลป ์ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พร้อมด้วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ มาตอบข้อซักถามของ กมธ.

ทั้งนี้ นายศักดา ยืนยันว่า การก่อสร้างฝายและการเพาะชำหญ้าแฝกดำเนินการอย่างถูกต้อง มีหลักฐานชัดเจน และพร้อมจะนำลงพื้นที่จริงตามพิกัดที่ระบุไว้ พร้อมทั้งบอกว่าถ้าไปดูแล้วไม่มีฝาย ให้เอามีดมาตัดคอได้เลย

จากนั้น กมธ.ได้สุ่มเลือกพื้นที่เพื่อลงไปตรวจสอบ คือที่บ้านโป่งภู หมู่ 15 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยมี นายศักดา และนายอุดม ใบศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงร่วมเดินทางไปด้วย

หมู่บ้านดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างฝายจำนวน 39 ตัว โดย กมธ.ได้เข้าไปพบผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งชาวบ้าน ที่ได้รับการว่าจ้างให้ก่อสร้างฝาย และพากันไปตรวจสอบฝายที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว เมื่อไปถึงจุดแรกพบว่า สภาพฝายใช้การไม่ได้ และฝายดังกล่าวไม่ได้กั้นลำธารที่ไหลเป็นปกติ

เมื่อสอบถามชาวบ้าน 2 คน คือ นายชูเกียรติ แดงแสง และนายดนัย นุเครือ ว่าได้รับการว่าจ้างก่อสร้างฝายจากใคร ทั้งสองคนตอบว่า ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนว่าจ้างไม่ใช้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ โดยตรงโดยเป็นการรับเหมาฝายละ 500 บาท ส่วนค่าจ้างเท่าที่ทราบ ถ้าเป็นฝายขนาดใหญ่ค่าจ้างเหมา 1,500 บาท ฝายเล็ก 500 บาท

"พวกผมทำงานเป็นชุด ชุดละ 6 คน ทำมา 39 ฝาย ใช้เวลา 10 วัน เฉลี่ยต่อคนได้รับค่าจ้างประมาณ 3,000 บาท" นายชูเกียรติ และนายดนัย ให้ข้อมูล และว่าจุดที่มีการก่อสร้างฝาย ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนกำหนดทั้งหมด และเพิ่งทราบวันนี้เองว่าเป็นโครงการของอุทยานฯ

จากนั้นกมธ.ได้เดินสำรวจในพื้นที่ลึกเข้าไปพบว่า หลายฝายมีสภาพพังใช้การไม่ได้ หากฝายไหนใช้การได้จะมีพิกัดระบุเป็นป้ายสีเขียว

นายวิลาศ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของกมธ.ครั้งนี้เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าโครงการก่อสร้างดำเนินการไม่สุจริตใน 3 ประเด็นคือ 1.สร้างฝายไม่ครบ 2. เบิกเงินค่าใช้จ่ายทำฝายไม่ตรงตามแบบและแผน 3. ฝายที่ทำมีงบประมาณ 5,000 บาท แต่กลับไปว่าจ้างชาวบ้านในราคาที่ต่ำกว่า

"ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่11 พยายามชี้แจงว่าการดำเนินการทุกอย่างถูกต้องหมด และมีฝายครบถ้วน ใช้การได้ แต่เมื่อลงไปตรวจสอบพื้นที่จริง กลับไม่ตรงตามที่ชี้แจง ฝายแบบที่อธิบายว่าใช้ถุงปุ๋ย และนำปูนผสมทรายใส่เข้าไปในถุง เพื่อให้เกิดการแข็งตัวของปูน ทำหน้าที่ชะลอน้ำนั้น ข้อเท็จจริงที่ไปเห็นกลับเป็นการนำดินข้างลำธารใส่ลงไปในถุงปุ๋ยแทน ส่วนฝายที่สร้างด้วยโครงไม้ไผ่ แล้วทิ้งหินลงไป และใช้ตาข่ายคลุมโดยรอบ ปรากฏว่าของจริงใช้หินข้างลำธารแล้วนำตาข่ายมาคลุมเพียงด้านบนเท่านั้น"

"วันนี้คงต้องถาม รมว.ทส. (นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน) รวมทั้งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ คนใหม่ที่อ้างเสมอว่าเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ไม่มีการทุจริต ว่าท่านจะรับผิดชอบอย่างไร เมื่อข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้" นายวิลาศกล่าว

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. บอกด้วยว่า จะเดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่อื่นๆ อีกจนครบตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ส่วนขั้นตอนต่อไป จะขอบัญชีรายชื่อที่ทางอุทยานแห่งชาติจ้างแรงงานในการก่อสร้าง รวมทั้งเอกสารเซ็นรับเงิน เพื่อตรวจสอบว่าตรงกันหรือไม่ รวมทั้งได้ขอเอกสารประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณจำนวน 5,000 บาท ว่า เบิกค่าอะไรบ้าง เพราะตามระเบียบของการทำฝายระบุว่าเป็นค่าแรง 70% ค่าวัสดุ 30%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ได้นำนายทหารจากกรมแผนที่ทหารไปตรวจพิกัดที่ตั้งฝายทุกจุด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับพิกัดที่ทางกรมอุทยานฯ ระบุว่ามีข้อมูลก่อสร้างฝายด้วย ซึ่งภายหลังลงพื้นที่เสร็จแล้ว ทางกรมแผนที่ทหารจะแจ้งผลเปรียบเทียบกลับมาอีกครั้ง

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

แมงโม้
18 พฤ.ย. 2008, 19:27
ขอให้เอาจำนวนฝายแต่ละลุ่มน้ำไปคำนวนดูว่าสร้างถี่ไป มากไปหรือเปล่าเกินการรองรับได้ของลุ่มน้ำหรือเปล่า เพราะงบที่กระจายลงไปนั้นมอบให้หน่วยงานที่ไม่หน่วยงานด้านต้นนำทีมีประสบการณ์ ทำงานทำ กลับไปให้หน่วยไฟป่า หน่วยป้องกันหรืออุทยานทำและให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวนปริมาตรน้ำท่าไหลบ่าด้วยไม่
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats