| |
นายสมบูรณ์ อารยะสกุล รองผู้ว่าการฝ่ายพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลกมาให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับพนักงานและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงเทคโนโลยีใหม่ของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าในไทยขยายตัวทุกปีและเป็นหน้าที่ของ กฟผ. ที่ต้องจัดหามารองรับความต้องการ
"แม้ไทยได้ทำแผนพึ่งพาพลังงานทดแทนซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก แต่ต้นทุนการก่อสร้างมีราคาสูง ความจำเป็นที่ต้องใช้พลังงาน เช่น ถ่านหินและนิวเคลียร์ จึงต้องมีต่อไปเพราะไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าถึง 70% ขณะที่ในอนาคตก๊าซธรรมชาติในประเทศจะมีไม่เพียงพอและราคาจะสูงขึ้น"
สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว และพม่า เริ่มประสบปัญหาต้นทุนแพงเพราะมีการแย่งซื้อไฟฟ้าจากเวียดนาม ส่วนกรณีจะไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกาะกง กัมพูชา ก็อาจเกิดความเสี่ยงหากพึ่งพาไฟฟ้าต่างประเทศมากเกินไป ดังนั้น ในแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยะยาว (พีดีพี) ฉบับปรุบปรุงใหม่ กฟผ. จึงยืนยันว่าจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในไทยอีก 3,000 เมกะวัตต์ เช่นเดิม แต่ระยะเวลาก่อสร้างจะล่าช้ากว่าแผนเดิม 6 เดือน โดยจะเข้าระบบได้กลางปี 2556 จากเดิมจะเข้าระบบได้ในต้นปี 2556.--จบ--
ที่มา : ไทยรัฐ |
|