“ตุลาการภิวัตน์” กับ การปฏิรูประบบตุลาการในญี่ปุ่น (1)

 
 
22 ต.ค. 51
 
     
 
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่าน - - นับแต่วันนี้เป็นต้นไป คอลัมน์ของเรา ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ในการนำเสนอเรื่องตุลาการภิวัตน์ในญี่ปุ่น (Judicialization of Politics in Japan) ที่เขียนส่งตรง มาจากโตเกียวนะครับ

ขณะที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ ผมได้ออกจากเมืองไทยไปเริ่มชีวิตวิจัยครั้งใหม่ ในโตเกียวแล้ว โดยได้ทุน “API” Asian Public Intellectuals ของมูลนิธินิปปอน (Nippon Foundation) ในโครงการที่ผมตั้งชื่อไว้ว่า “ตุลาการภิวัตน์ในเอเซีย” (Judicialization in Asia)

มหาวิทยาลัยที่ผมไปปักหลักทำวิจัยในโตเกียว มีชื่อว่า “ฮิโทซุบาชิ” (Hitotsubashi University) ซึ่งเป็นสถาบันอันมีชื่อเสียง ในด้านสังคมศาสตร์ญี่ปุ่น และผมเคยไปเรียนปริญญาโทเมื่อ ๓๕ ปีที่แล้ว หลังที่จบนิติศาสตร์ ไปจากธรรมศาสตร์แล้ว

ปี ๒๕๑๖ ที่ผมจากเมืองไทยไปเรียนปริญญาโท คือปีที่เกิดเหตุการณ์ “๑๔ ตุลาฯ” ซึ่งพวกเรานักเรียนไทยในญี่ปุ่น ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนักศึกษาไทยในต่างแดน อันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเริ่มศึกษาวิชา “กฎหมายสายสังคม” ในญี่ปุ่น (Law and Society)

และนำมาสู่การศึกษาวิจัยในเรื่อง “ตุลาการภิวัตน์” ในวัย ๕๙ ของผม ในปีนี้

เพราะ “ตุลาการภิวัตน์” ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องบทบาทในทางสังคม (Social Roles) ของสถาบันตุลาการ ก็จัดว่าเป็น “กฎหมายสายสังคม” (Law and Society) ในหัวข้อย่อย นั่นเอง

“ตุลาการภิวัตน์” กับการปฏิรูประบบตุลาการในญี่ปุ่น

ก่อนไปญี่ปุ่นในครั้งนี้ ผมได้ตั้งคำถามกับตนเองว่า ควรจะนำเสนอเรื่องอะไร คนไทยจึงจะสนใจ คือนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากไทยเอง ก็ประสบปัญหาที่คล้ายคลึงญี่ปุ่น และวิธีที่เป็นแบบ “ญี่ปุ่นๆ” ก็อาจจะให้ข้อคิดแก่ไทยได้

แต่กระนั้น คนไทยก็ยังแทบไม่ได้รับรู้ เพราะไม่มีข้อมูลในภาษาไทย ให้อ่านได้สะดวก

ผมก็ตอบตนเองว่า ควรจะเขียนเรื่องการปฏิรูประบบตุลาการ (Judicial Reform) ที่ญี่ปุ่นเขาเรียกว่า “ชิโฮ ไคคะคึ” (Shihou Kaikaku / ????) เพราะเป็นเรื่องที่ “ฮิต” มากในขณะนี้ ที่ญี่ปุ่น

และผมได้ลองตั้ง “โจทย์” ไว้ ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. ทุกวันนี้ ญี่ปุ่นเร่งรัดปฏิรูประบบตุลาการเช่นไร ที่อาจให้ข้อคิด แก่ไทยได้
  2. ในการปฏิรูประบบตุลาการเช่นว่านั้น ญี่ปุ่นทุกวันนี้ มีความคิดเช่นไรในเรื่อง “ตุลาการภิวัตน์” ซึ่งหมายถึงการที่ศาลตีความกฎหมาย “ขยายกว้าง” ออกไปจากตัวบท ดังที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “โคกิ ไคฌะคุ" (Kougi Kaishaku / ????) และฝรั่งเรียกว่า Extensive Interpretation
  3. คนญี่ปุ่นเขาไม่เกรงกลัวกันหรือว่า การที่ตุลาการตีความ “ภิวัตน์” (Judicialize) คือขยายกว้าง (Extensive) แบบก้าวหน้านั้น (Activism)มันอาจขัดกับหลักแบ่งแยก ๓ อำนาจ (Separation of Powers) ที่ฝ่ายตุลาการ เข้าไปก้าวก่าย อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ


“โจทย์” ใหญ่ๆ ถึง ๓ ข้อเช่นนี้ ถ้าจะตอบให้ได้ครบทุกข้อ ก็จำต้องทยอยนำเสนอเป็นตอนๆ ไป โดยแน่นอน

แต่ก่อนอื่น คนไทยพึงเข้าใจว่า เมื่อญี่ปุ่นเขาพูดถึง “ชิโฮ” (Shihou / ??) ที่ฝรั่งเรียกว่า “Judiciary” หรือ “Judicial” นั้น ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ความเพียงแค่การปฏิรูประบบ “ตุลาการ” อย่างที่ฝรั่ง หรืออย่างที่ไทยเข้าใจ

แต่เขาหมายความไกลไปถึง “ระบบ” ทั้งมวล ที่เกี่ยวพันล้อมรอบเป็นบริบท (Context) อยู่กับระบบตุลาการ เช่น หมายความไกลไปถึงการปฏิรูประบบการศึกษาด้วย (Legal Education)

เพราะเขาถือว่า ถ้ามองไม่เห็นเป็น “องค์รวม” (Holistic) ก็ยากจะแก้ไข ปัญหาได้

ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็ใคร่ขอให้ไตร่ตรองดูนะครับ

แหล่งข้อมูลหลักของเรา ได้แก่เอกสารดังระบุไว้นี้ เว้นแต่ที่ผมจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ในเวลาต่อๆ ไปครับ - - The Judicial Reform Council, The Points at Issue in the Judicial Reform, 21 Dec. 1999 www.kantei.go.jp/foreign/judiciary/0620reform.html)

เหตุใดญี่ปุ่นจึงตื่นตัว ที่จะปฏิรูประบบตุลาการ

เป็นที่ทราบกันนานมาแล้วว่า ระบบตุลาการญี่ปุ่นนั้น มีปัญหามากมาย ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นใหม่ ในปี ๑๙๔๗

และระบบตุลาการ ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ ก็ได้มีผู้วิจารณ์ในข้อต่างๆ ที่สะท้อนถึงความบกพร่อง

  • ระบบตุลาการญี่ปุ่น ไม่เปิดกว้าง และห่างไกลประชาชน
  • นักกฎหมายและศาลญี่ปุ่น ทั้งน่ากลัว ทั้งขาดความเป็นมิตร ทั้งขาดความอบอุ่น
  • ระบบตุลาการญี่ปุ่น เข้าใจได้ยาก สำหรับสามัญชน ที่อยากเข้าไป ใช้ประโยชน์
  • ขณะที่เศรษฐกิจและสังคม ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ระบบตุลาการญี่ปุ่น กลับไม่สนองตอบความคาดหวังของประชาชน ในเรื่องความสะดวกรวดเร็ว และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • ระบบตุลาการญี่ปุ่น ยังไม่ตรวจสอบการกระทำของฝ่ายบริหาร (Judicial Review) อย่างเหมาะสม
  • และอื่นๆ อีกมากมาย


โดยหลักใหญ่ใจความ ก็คือ ระบบตุลาการญี่ปุ่น ยังไม่ได้รับความเชื่อถือ เพราะประชาชนคนญี่ปุ่นยัง “เข้าได้ไม่ถึง” (Inaccessible)

เหตุนี้ ในปี ๑๙๖๒ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น จึงได้จัดตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่า Special Judicial System Examinations ทำหน้าที่ทบทวนระบบตุลาการ เพื่อให้ได้ “ระบบตุลาการอันเหมาะสม”

ต่อมาในปี ๑๙๖๔ คณะทำงานชุดนี้ ได้เสนอรายงานว่า ความคาดหวังของประชาชนคนญี่ปุ่น ต่อระบบตุลาการนั้น ได้แก่ กระบวนการทางตุลาการที่ “เข้าถึงได้ง่าย”

เช่น มีกระบวนการเยียวยาประชาชน ได้เหมาะสม ทันท่วงที และมีความเปิดเผย

ส่วนการตัดสินคดี ก็ต้องมีวิธีพิจารณา ที่ตรงกับ “ความจริง”

เช่น ตุลาการต้อง “ลงพื้นที่” ไปดูสถานที่เกิดเหตุ ที่เรียกกันว่า “การเดินเผชิญสืบ” (On-site Inspection) เป็นต้น

และในปี ๑๙๙๙ จึงได้ตั้งคณะกรรมการ ที่เป็นทางการ ภายใต้ชื่อว่า “คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบยุติธรรม” (The Judicial Reform Council หรือ “JRC”)

ทั้งนี้ โดยการศึกษาหามาตรการ ที่จำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับ “โฮโซ อิจิเก็น” (Hosoichigen / ????) ซึ่งได้แก่ระบบแต่งตั้งตุลาการ จากบุคคลภายนอก ที่ไม่ใช่ตุลาการ โดยเฉพาะจากอัยการ ทนายความ รวมทั้งจากชาวบ้านสามัญธรรมดา ที่เรียกกันว่า “ตุลาการสามัญชน” (Lay Judge)

เพื่อนคนไทย ได้อ่านเรื่องญี่ปุ่นแล้ว รู้สึกหรือไม่ว่า ปัญหาของญี่ปุ่นนั้น มันก็ไม่ต่างอะไร กับไทยนัก

จึงสมควรตั้งคำถามว่า ขณะที่ญี่ปุ่นเขามุ่งแก้ปัญหา ในบ้านเขา เรามุ่งแก้ปัญหาเช่นไร ในบ้านเรา

และวันนี้ ผมก็ขอเกริ่นนำ ไว้แต่เพียงนี้ ก่อนนะครับ - - สวัสดี

 
     
 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats