ตั้งป้อมสู้...
 
 
19 ส.ค. 51
 
     
 

"... การปรับโครงสร้างหนี้ผมไม่มีโอกาสได้บริษัทคืน เพราะกระบวนการที่เขาปล้นประเทศไทย เดินไปตามกฎหมายฟื้นฟูฉบับนี้ที่คัดค้านกันมาตลอด เพราะไปลอกแบบกฎหมายฟื้นฟูของอเมริกาปี ๑๙๗๘ ซึ่งไปให้อำนาจเจ้าหนี้มายึดกิจการได้ ก่อนจะล้มละลาย"  (การเสวนา “บทเรียนคนสู้หนี้” ,กองบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ,๔ ก.ค.๒๕๕๐)

 
     
 
 
มหากาพย์แห่งหนี้ ทีพีไอ. เริ่มจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศยอมรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Managed Float) แทนที่ระบบตะกร้าเงิน (Basket Currency) ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ และสั่งระงับ หรือ ที่ประชัยใช้ภาษาหนังจีนกำลังภายใน “จี้สกัดจุด” การดำเนินกิจการของสถาบันการเงิน ๕๖ แห่ง

 
ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
     
 
     
 
การใช้ “ยาแรง” ของธนาคารแห่งประเทศไทย สร้างผลข้างเคียง คือ ธุรกิจต่างประสบปัญหาขาดสภาพคลองอย่างรุนแรง ในกรณีของทีพีไอ ซึ่งกู้ยืมเงินในรูปเงินตราต่างประเทศประสบปัญหาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทันทีถึง ๖๕,๒๖๑ ล้านบาท ทำให้ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ พยายามไกล่เกลี่ยหนี้สินกับ ประชัย แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติ กระทั่งรัฐบาล ชวน หลีกภัย เข้ามาไกล่เกลี่ยผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ไม่สำเร็จ

เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๐ มีการเชิญประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไข ในที่สุดทีพีไอ ประกาศ “พักชำระหนี้” (Moratorium)

วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ทีพีไอได้เจรจากับเจ้าหนี้โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาทางการเงิน คือ เชส แมนฮัดตัน (เอส.อี.เอ.) ลิมิเต็ด จัดทำแผนเบื้องต้นเสนอแก่เจ้าหนี้ 
 
     
 
 
ขณะที่คณะกรรมการเจ้าหนี้ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหนี้รายใหญ่รวม ๑๓ ราย หนี้สินรวมกันประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๙๓ ของหนี้สินทั้งหมด ได้แต่งตั้งบริษัท เฟอร์เรียร์ ฮอดจ์สัน จำกัด ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน และมีการเจรจากับนายประชัย จนเห็นพ้องต้องกันใน “ข้อตกลงหลัก” (Indicative term sheet) มีการจัดทำแผนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามที่ระบุในข้อตกลงหลัก ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (คปน.) ธนาคารแห่งประเทศไทย คิดเป็นหนี้สินประมาณ ๓,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตกลงให้นำทีพีไอ และบริษัทย่อย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลาย ว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

ข้อตกลงหลักได้กำหนดว่า ทีพีไอจะต้องชำระหนี้ตามจำนวนที่ระบุภายในกำหนดเวลา โดยทีพีไอต้องจำหน่ายทรัพย์สิน ที่ไม่ใช่ทรัพย์สินหลัก (Non –core asset)  และการเพิ่มทุน ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สิน และดอกเบี้ยลงเพื่อให้ทีพีไอชำระหนี้ได้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานหลักเช่น ดอกเบี้ยร้อยละ ๒ บวกด้วยอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ระหว่างธนาคารในกรุงลอนดอน (LIBOR) สำหรับเงินที่ต้องชำระด้วยสกุลเงินยูโร เหรียญสหรัฐ หรือ เยน หรือบวกด้วยอัตรากู้ยืมเงินสำหรับลูกค้าชั้นดี สำหรับหนี้ที่ต้องชำระเป็นเงินบาท โดยหนี้ชั้นที่หนึ่ง จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นรายปี ซึ่งหนี้ดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่าร้อยละ ๕๕ ของเจ้าหนี้ทางการเงินทั้งหมด
 
ปีเตอร์ โกธาร์ด ผู้บริหารเฟอร์เรียร์ ฮอดจ์สัน
(ภาพจาก นิตยสารผู้จัดการ)
   
 
     
 
มีการตั้งข้อสังเกตว่า “ข้อตกลงหลัก” คล้ายคลึงกับแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ คือ มีการแปลงหนี้เป็นทุน โดยนำดอกเบี้ยค้างรับส่วนใหญ่ในรอบปี พ.ศ.๒๕๔๑ มาแปลงเป็นทุนร้อยละ ๓๐ ของทุนเรือนหุ้นที่เพิ่มขึ้นของทีพีไอ. การกำหนดให้เจ้าหนี้ทางการเงิน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ส่วนที่เหลือออกไป โดยหนี้ส่วนที่เหลือจะแบ่งออกเป็นสองชั้น คือ หนี้ชั้นที่ ๑ และหนี้ชั้นที่ ๒ โดยหนี้ชั้นที่ ๑ จะได้รับการชำระตั้งแต่เริ่มแรก ส่วนหนี้ชั้นที่ ๒ จะชำระต่อเมื่อมีเงินสดเหลือจากผลการประกอบการ หนี้ในสกุลเงินอื่นนอกจากเงินบาท เงินยูโร เงินเหรียญสหรัฐ หรือเงินเยน จะได้รับการชำระในสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น ตามที่เจ้าหนี้เกี่ยวข้องจะกำหนด และได้กำหนดกลไกวิธีการที่จะมาชำระหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้แต่ละรายจากแหล่งเงิน ๓ แหล่ง คือ การขายสินทรัพย์ กระแสเงินสดส่วนเกิน และการเพิ่มทุน

แต่ก่อนที่จะถึงวันไต่สวน คือ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๓ ประชัย ก็ยื่นคำคัดค้านการฟื้นฟูกิจการ

สาเหตุปัญหาต้องย้อนกลับไปที่ เงื่อนไขการเห็นพ้องใน “ข้อตกลงหลัก”  ซึ่งมีการอ้างว่า เอาเข้าจริงฝ่ายประชัย ยินยอมภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องมีการแก้ไขข้อตกลงบางข้อ เพื่อให้แผนปรับปรุงโครงสร้างหนี้สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ อาทิ ตาม “ข้อตกลงหลัก” แม้ระบุให้ประชัยเป็นผู้ทำแผนและบริหารแผน แต่ต้องมอบอำนาจทั้งหมด ให้คณะกรรมการบริหารซึ่งเจ้าหนี้เห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ หรือ การที่เจ้าหนี้ได้นำหนี้ดอกเบี้ยค้างรับแปลงเป็นทุน ทำให้ได้ถือหุ้นร้อยละ ๓๐ มีสิทธิเข้าบริหารและครอบงำกิจการของทีพีไอ การระบุให้ทีพีไอต้องชำระดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและแผนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และจะต้องกระทำการต่างๆภายในระยะเวลาสั้น ซึ่งเมื่อทีพีไอผิดนัด เจ้าหนี้มีสิทธิรับหุ้นกู้แปลงสภาพจากทีพีไอมาแปลงเป็นหุ้นสามัญ ถ้ารวมกับหุ้นร้อยละ ๓๐ แล้ว ก็จะได้หุ้นไปถึงร้อยละ ๗๕  การยอมให้ขายสินทรัพย์หลักของลูกหนี้ การไม่ได้สนับสนุนสินเชื่อตามที่ระบุในแผนโดยให้สินเชื่อเพียง ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐจาก ๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ การระบุให้ทีพีไอต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๔๖

ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดินหน้าต่อ ระหว่างที่ศาลทำการไต่สวนคำร้องขอในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๓ เจ้าหนี้ได้ขอแก้ไขคำร้อง โดยเสนอให้ บริษัท เอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ จำกัด (อีพีแอล) เป็นผู้บริหารแผนแทนนายประชัย
 
     
 
 
เป็นท่าทีชัดเจนว่า เจ้าหนี้ไม่เอากับประชัย !`

ขณะเดียวกันประชัย ก็ยื่นคำคัดค้านโดยระบุว่าผู้บริหารแผนที่เจ้าหนี้เสนอ เป็นนักบัญชี ไม่มีความรู้ความสามารถในกิจการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พร้อมเสนอ “บริษัท ทีพีไอ แพลนเนอร์ จำกัด” เป็นผู้บริหารแผน

เป็นท่าทีชัดเจนเช่นกันว่า ประชัยก็พร้อมสู้ทุกรูปแบบ !

สื่อมวลชนอย่าง “ Corporate Thailand” ฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๖ วิเคราะห์ในบทความ “เกมตาอยู่ ฮุบทีพีไอ”ว่า ประชัยและชาตรี เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีได้รับการศึกษาสมัยใหม่แบบตะวันตก มีอาณาจักรเป็นของตนเอง และต่างก็เป็นคนแข็งด้วยกันทั้งคู่
 
     
ชาตรี โสภณพนิช
 
     
 
“เป้าหมายของชาตรีคือกำจัดประชัยให้พ้นจาก ทีพีไอ ส่วนเป้าหมายของประชัยก็คือต้องอยู่ต่อให้ได้”

แต่สำหรับทัศนะ ที่อาจถือว่าเป็นกลางที่สุดของงานนี้ก็คือ งานวิจัยที่เสนอต่อ “วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร” ของ “กมล ธีรเวชพลกุล” ซึ่งอธิบาย “รากเหง้า” ของปัญหาที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้

“กมล ธีรเวชพลกุล” สังเคราะห์ความเห็นจากการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกบุคคลระดับ “คีย์แมน” ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูกิจการ ทีพีไอ ไม่ว่าจะเป็น ทนายของผู้บริหารทีพีไอ ทนายของอีพีแอล ทนายของเจ้าหนี้ ผู้บริหารระดับสูงของเจ้าหนี้ สมาชิกสหภาพแรงงาน ทีพีไอ ผู้บริหารแผนของกระทรวงการคลัง สื่อมวลชน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และอดีตผู้พิพากษาในศาลล้มละลายกลาง ก่อนสรุปฟันธงว่า

เงื่อนไข ของ “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์”


“ ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร ทีพีไอ โดยเป็นผู้ถือหุ้นที่เป็นส่วนทุนเดิม และเคยได้รับความเชื่อถือจากเจ้าหนี้สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ โดยให้ ทีพีไอ กู้ยืมเงินมาขยายกิจการ ในแง่สังคมจิตวิทยาย่อมรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของกิจการทีพีไอ และเหตุที่ทีพีไอมีหนี้สินจำนวนมากมิได้เกิดจากความผิดของตน หากแต่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจ และรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท...”

“...จากการวิจัยพบว่า สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการฟื้นฟูกิจการของทีพีไอเป็นอย่างมาก ก็คือบทบาทของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีพีไอในฐานะเป็นผู้นำของผู้บริหารของทีพีไอ ที่ใช้การต่อสู้ในลักษณะแข็งกร้าวไม่ยอมอ่อนข้อในการเจรจากับคณะกรรมการเจ้าหนี้…”
 
     
 
  กมล ธีรเวชพลกุล  
 
     
 

เงื่อนไขของ “คณะกรรมการเจ้าหนี้”

“...การที่คณะกรรมการเจ้าหนี้มิได้ลดหนี้ (Hair Cut) ให้แก่ทีพีไอลงเฉกเช่นกิจการอื่นๆ และอาศัยช่องทางของกฎหมายแปลงหนี้ดอกเบี้ยเป็นทุนเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ของทีพีไอ ทำให้กิจการตกเป็นของเจ้าหนี้ ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้นที่เป็นส่วนทุนเดิม...”

“...ส่วนบทบาทของคณะกรรมการเจ้าหนี้ก็ไม่ไว้วางใจผู้บริหารของทีพีไอ และไม่ยอมรับท่าทีของนายประชัย และปฏิเสธไม่ต้องการให้กลับมาเป็นผู้บริหารของทีพีไออีกต่อไปไม่ว่าในรูปแบบใด เป็นเหตุให้การเจรจาต่อรองไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งไม่สนับสนุนแก่ทีพีไออย่างที่ควรจะเป็น นับเป็นปมปัญหาความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด

แม้คณะกรรมการเจ้าหนี้อ้างว่า ไม่ต้องการครอบครองกิจการของทีพีไอ เพียงต้องการจะได้รับชำระหนี้คืน โดยมองว่ากิจการของทีพีไอมีศักยภาพพอที่จะชำระหนี้ได้ในอนาคตจึงไม่จำต้องลดหนี้ลง แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่าแนวทางในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการอยู่บนรากฐานแห่งความขัดแย้ง คณะกรรมการเจ้าหนี้จึงใช้เป็นเครื่องมือในการตอบโต้ผู้บริหารของทีพีไอ โดยกีดกันมิให้เข้ามามีบทบาทเป็นผู้บริหารทีพีไอในอนาคตอีกต่อไป จึงใช้วิธีแปลงดอกเบี้ยเป็นทุน เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ของทีพีไอ ตลอดจนขายทรัพย์สินบางส่วนของทีพีไอชำระหนี้ และในระหว่างปฏิบัติตามแผนก็ไม่สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่ทีพีไออย่างเพียงพอ ตลอดจนปฏิเสธการร้องขอของผู้บริหารของทีพีไอทุกรูปแบบ...”

               
เงื่อนไขพื้นฐานนี่แหละ ที่ทำให้ต่างฝ่าย ระดมสรรพกำลัง ตั้งป้อม พร้อมดาหน้าห่ำหั่นกัน โดยมีซากปรักหักพังของประเทศเป็นเดิมพัน

 
     
 
เรื่องย้อนหลัง

เรียกหา  “อัศวินม้าขาว”

 
 
     
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats