@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานความเคลื่อนไหวการเมือง-การทหาร กับสถานการณ์หลังเหตุการณ์ปะทะกัน ระหว่างม็อบพันธมิตรฯกับกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล(๗ต.ค.๕๑)ว่า ภายหลังสถานการณ์ดังกล่าว ที่ดูเหมือนรัฐบาลตกเป็น"ฝ่ายรับ" กับสภาพ"ผล"ที่เกิดขึ้น ที่มีผู้คนบาดเจ็บและเสียชีวิต.. โดย"พันธมิตร"ได้หยิบผลดังกล่าวมา"ขยาย" เพื่อทำลาย"ความชอบธรรม"ของรัฐบาล"สมชาย วงศ์สวัสดิ์".... แต่ในมิติทาง"ลึก"กำลังมีการเดินหน้าจากฝ่ายรัฐทาง"ลึก" ในการคลี่คลาย"ข้อเท็จจริง"ในเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการเชื่อมโยง"บุคคล"เข้ากับ"หลักฐาน" และที่มาของ"ผู้สนับสนุน"หรือ"ตัวการ" โดยเฉพาะกับ"ข้อกล่าวหา"ตำรวจสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ที่ในทางสากลหรือรัฐบาลในอดีตแล้วจะสูญสภาพ"ความชอบธรรม" และ"นายกฯ"ต้องตัดสินใจทางการเมืองด้วยการ"ลาออก"หรือ"ยุบสภา" เพื่อปลดระบาย"ความอึดอัด"ของประชาชน..เช่นครั้ง"พล.อ.สุจินดา คราประยูร" แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความแตกต่างที่"ที่มา"ของสถานการณ์"ความรุนแรงและ"ผู้อยู่เบื้องหลัง" ความขัดแย้งที่ มีการให้"ข้อมูลความรู้"เหล่านี้เป็นวงกว้างกับประชาชนระดับ"กลาง-ล่าง"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่า"ผลการตรวจสอบหลักฐาน๓๐๐รายการ" หลังสถานการณ์การปะทะกัน โดยเฉพาะการพิสูจน์ผลทางวิทยาศาสตร์ที่พบ"สารระเบิด"จำนวนมาก ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่มีแต่เพียง"แก๊สน้ำตา"และกำลังมีการ"จำลองสถานกรณ์"ในที่เกิดเหตุจริง เพื่อพสูจน์ทราบ โดยทีมงานของ"พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์"นั้น ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับ"บางฝ่าย" ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์นำไปสู่การปะทะ ระหว่าง"พธม."กับ"ตำรวจ" ที่ขยายผลมาสู่ความหมาย"การสลายการชุมนุม"ของตำรวจ โดยมี"นักวิชาการ" บางท่านที่อยู่ฝ่าย พธม.ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะ"ไม่ไว้วางใจ" การทำงานของ"พ.ญ.พรทิพย์"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่า ข้อมูลหลักฐานที่ปรากฎผ่านทางภาพถ่ายของสื่อมวลชน-หน่วยข่าวตำรวจ-ทหาร และ กล้องวงจรปิดบางจุด ที่ไม่ได้ถูกพันธมิตรทำลายการมองเห็น ในขณะเคลื่อนม็อบไปยังหน้ารัฐสภาช่วงค่ำ(๖ต.ค.) กำลังถูกรวบรวมเพื่อ"ตอบโจทย์" เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณี"น้องโบว์"นั้นจากสภาพศพ ที่ซี่โครงถูกทำลายไปทั้งแถบนั้นถูกระบุว่าเกิดจาก"ระเบิด" เช่นเดียวกับกรณีของ"ผู้พันจ๊าบ" หัวหน้าการ์ด พธม. และน้องเขย"การุญ ใสงาม" ที่มีการต่อเชื่อมกับ"เจ้าของรถจี๊บเชอเรอกี" ที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของ"สันติอโศก" ที่มีการให้ข่าวจากตำรวจว่ามีการขนระเบิดเพื่อทำ"คาร์บอมบ์" บริเวณฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย ซึ่งติดกับรั้วของสถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่ากรณีของ"น้องโบว์"นั้น ในระดับชั้นการสืบสวนสอบสวนทางลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร มีการระบุถึงเชื้อประทุระเบิดที่มีปริมาณพอสมควร.. ซึ่ง"ข้อมูล"นี้มีการเชื่อมโยงไปถึง"การ์ดพธม."ในแผนการยุทธการก่อนเช้าวันที่ ๗ ต.ค. ที่มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง" ให้กับ"การ์ดอาสา"และมีการ"ฝากของ" ใส่กระเป๋าหรือเป้ของ"ผู้หญิง"ในหลายส่วนเพื่อป้องกัน"การตรวจค้น-จับกุม" จากเจ้าหน้าที่ โดยเตรียมกระจายการปฏิบัติการ"ตอบโต้" หากมีสถานกรณ์"สลายการชุมนุม"เกิดขึ้น
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่า สถานการณ์ในเช้าวันที่ ๗ ต.ค. เป็นสิ่งที่ฝ่าย"พันธมิตร" และการ์ดคาดไม่ถึงว่า เจ้าหน้าที่จะทำการเจาะพื้นที่"เปิดทาง" บริเวณด้านถนนพิชัยและรุกเข้ามาที่ถนนอู่ทองเพื่อ"ตีร่น" ขยายพื้นที่ให้ ครม.สมชาย และสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง ส.ส.และ ส.ว.เข้าสภาเพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯโดยใช้"แก๊สน้ำตา"จำนวนมาก.. ที่ทำให้
เกิดมีเหตุ"ระเบิด"ในหลายจุด จากผลความชุลมุนวุ่นวาย.. ซึ่งในเบื้องต้นมีความพยายามระบุว่าผู้ที่"ขาขาด-แขนขาด"นั้น มาจากอานุภาพของ ปืนยิงแก๊สน้ำตา และระเบิดแก๊สน้ำตา แต่ต่อมามีการยืนยันจากหลายฝ่ายว่ามี"ระเบิดปิงปอง"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่าจาก"ข้อมูล"การข่าวของฝ่ายรัฐ มีการระบุ ว่า ภายในการ์ดได้มีการแจกจ่าย"ระเบิดปิงปอง" ให้กับบางหน่วยใช้ในกรณีสถานการณ์ปะทะและถอยร่น เพื่อสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตำรวจ โดยมีอดีตแกนนำเดือนตุลาบางท่าน ใช้โมเดลเหตุการณ์ในอดีต ที่มีการใช้"น.ศ.ช่างกล"ปฏิบัติการนี้ในฝูงชนมาใช้ โดยแกนนำรายนี้ได้ขอ"งบประมาณ" ไปทางบริษัทเอกชนรายใหญ่"ส." และสั่งทำ"ระเบิดปิงปอง" เพื่อแจกจ่ายไปยัง"หน่วยรบ"ภายในการ์ด ซึ่งจากเหตุการณ์การตีร่นและความตกใจกลัวของผู้ที่ไปร่วมชุมนุม ที่มีทั้งประชาชนทั่วไป และการ์ด ซึ่งได้รับพิษของ"แก๊สน้ำตา"ทำให้มีการวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน จนทำให้"ระเบิดปิงปอง" ไม่ได้ถูกใช้ แต่ได่เกิดการกระแทกและระเบิดขึ้น โดยมีรัศมีการทำลายเฉพาะจุด ที่ทำให้หลายคนขาขาด-แขนขาด ขณะที่รายที่จะถึงแก่ชีวิตคือมีรายที่มีการเก็บไว้ในเป้หรือย่าม และสะพายติดกับหน้าอก
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่า มือที่๓ ของสถานการณ์ มีอยู่หลายฝ่าย ทั้งที่แทรกซึมอยู่ภายในพันธมิตรและนอกพันธมิตร เพื่อกระตุ้นให้สถานการณ์รุนแรงปะทุ โดยมีลักษณะกระทำยั่วยุให้ทั้ง ๒ฝ่าย ระหว่างพันธมิตรฯ ตำรวจปจ.เผชิญหน้าโกรธแค้นและปะทะ โดยวิธีของฝ่ายนี้คือการส่งมือปืนแทรกซึมในฝูงชน และยิงเข้าไปในฝูงชนหรือฝ่ายตำรวจ หรือยิ่งสุ่มทั้ง๒ ฝ่าย และรวมถึงการปฏิบัติการเป็นแบบอย่างให้ม็อบที่กำลังโกรธแค้น ดังกรณี รถโฟร์วิล ของ"นายปรีชา"หนึ่งในพธม.ที่มีผู้ขับพุ่งเข้าชนตำรวจ และถอยเหยียบซ้ำ ที่มีรายงานว่าผู้ที่เป็นคนขับไม่ใช่"นายปรีชา"แต่เป็น"คนในเครื่องแบบ"ที่ไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการจาก"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานปฏิกริยาของ"ตำรวจ" เริ่มมีการขยายวงความไม่พอใจ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวโดยในหลายโรงพักมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ในหมู่นายตำรวจและผู้ต้องหาหรือประชาชนผู้ไปติดต่อกับโรงพักว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ทำให้เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมกว่า ๒-๓ปีที่แล้ว
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานกรณี"พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค" (ที่มีสัญลักษณ์ชัดเจนในการทำหน้าที่"เก็บงาน"ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง" นับตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีต) เตรียมนำกำลัง"ตำรวจเก่า"ออกมายึดทำเนียบคืน คือ"สัญญาน"ที่สอดคล้องกับ"สัญญาน" จากข่าวของเอพี.ที่ลงคำสัมภาษณ์ของ"สมเด็จพระเทพฯ" ที่ทรงตรัสแสดงความเห็นถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยป็น"สัญญาน"ที่มีการส่งไปยังหมู่ราชนิกุล รวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ ที่เข้าร่วมชุมนุมที่ทำเนียบ ให้เฟดตัวออกจาก"พันธมิตรฯ" โดย"สัญญาน"นี้ถูกส่งออกมาหลังจากที่"พล.ต.จำลอง"ออกมา"ตัดสัญญาน(๑๐ต.ค.)การเจรจา" ที่"พล.อ.ชวลิต"เชื่อมต่อผ่าน"เสธหมึก" เพื่อนจปร.๗ของ"พล.ต.จำลอง"ก่อนหน้านั้น
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงาน"สัญญาน"ที่ถูกส่งผ่านจาก"ผู้ใหญ่"นั้น มีความชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย เพราะมีการวิเคราะห์จากการข่าว ระบุว่า สถานการณ์จะไม่สามารถควบคุมได้ หากประเด็น"ความขัดแย้ง"ขยายวงมาสู่สถาบันฯกว่านี้ ดังนั้นจึงมีการลงความเห็นให้มีการ"ยุติความขัดแย้ง" โดยเปิดทางให้"พันธมิตร"ลงหลัง"รัฐบาลสมชาย" เสียสภาพจากเหตุการณ์"สลายการชุมนุม"แล้ว.. ดังการเลิกข้อหา"กบฎ"และ"หมายจับ" ๙ แกนนำพธม. แต่กลับไม่มีการ"ตอบรับ"จากพธม. ซึ่งเป็นที่มาของข่าวการ"ลอบสังหาร" ที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงข่าวการเตรียมสลายการชุมนุมช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่ถูกลือในวันศุกร์(๑๐ต.ค.)
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่ามี"สัญญาน"ออกมายืนยันตรงกันของ ๒ แหล่งข่าวทางด้านความมั่นคง ว่า เตรียมที่จะมีการการใช้แผน"เสร็จนาฆ่าโค" เข้าปฏิบัติการในสถานการณ์แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวของฝ่ายตุลาการ ที่"ผู้ใหญ่"เรียกเข้าหารือ โดยเตรียมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทางกฎหมายกับ"แกนนำ พธม." หลังวันที่ ๑๓ต.ค.
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานได้มีคำสั่งจาก สตช.ให้คุมเข้มโรงพยาบาลตำรวจ(๑๒ต.ค.) หลังจากมีผู้ขู่วางระเบิดสถานที่ดังกล่าว.. โดยรายงานนี้ถูกต่อเชื่อมสัญญานผ่าน"ไอ้แหลม" (ซึ่งเคยเคลื่อนไหวบอกข่าวห้วงเหตุการณ์พ.ค.ทมิฬ เปิดแผนของพล.ต.จำลองขณะนั้น) ที่ก่อกวนสัญญานวิทยุตำรวจ ตลอดเย็นถึงค่ำ(๑๑ต.ค.) |