| |
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานความเคลื่อนไหวการเมืองการทหาร.. กรณี"นายกสมัคร"ระบุในรายการสนทนาประสาสมัคร(๓ส.ค.๕๑)ว่า จะมีการจัดงาน"จากวันแม่ถึงวันพ่อ" เพื่อสร้างความสามัคคีของคนไทยในชาติ.. ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ส.ค.ไปจนถึงวันที่ ๕ ธันวาคม โดยให้มีการเดินวิ่งเทิดพระเกียรติ ของประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อถวายความจงรักภักดี โดยให้รู้รักสามัคคีทั่วประเทศ.. ซึ่งงานดังกล่าวมี"สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร" เป็นประธานในพิธีมอบธงสัญลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมมีการจัดทำสายลิสแบรนด์ไขว้สัญลักษณ์พ่อ-แม่ของแผ่นดิน..นั้น มีความเชื่อมโยงกับปรากฎการณ์การปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา(๒ส.ค.) ท่ามกลางข่าวลือว่ามีปัญหาตีกลับเพราะชื่อของ"พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ"อดีต ผบ.ตร.และรวมถึงปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวของพันธมิตร ตั้งแต่วันศุกร์(๑ส.ค.) ที่พยายามกดดันฝ่ายนิติบัญญัติในวันเปิดสภา ไม่ให้นำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าพิจารณา.. ที่รัฐบาลแก้เกมด้วยการเลื่อนไปวันที่ ๑๘ส.ค.๕๑ ..
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สมัคร"พยายามทำลายความชอบธรรมของพันธมิตร ด้วยการแฉผ่านรายการ ว่า ประเด็นการออกมาขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มุ่งเฉพาะมาตรา ๒๓๗,๓๙๐ หากแต่มุ่งขัดขวาง ม.๖๓ ที่มีการระบุถึงการให้สิทธิเสรีภาพการชุมนุม.. ซึ่งเชื่อมโยงไปถึง.. กระบวนการคำตัดสินของศาลในคดีที่ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการไปร้องต่อศาล ในลักษณะเดียวกับที่ ครูอาจารย์โรงเรียนราชวินิตไปร้องขอความคุ้มครองจากศาล กรณี"ม็อบพันธมิตร" สร้างความเดือดร้อนรำคาญและส่งผลกระทบกับพวกเขา.. โดยการที่"นายสมัคร"พยายามชูประเด็นนี้ เพื่อเชื่อมโยงถึงการชุมนุมของพันธมิตรที่ "ขีดเส้นตาย" ประจัญบาน รัฐบาลภายใน ๗ วัน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ..
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สมัคร ทราบดีว่า อีกฝ่ายพยายาม ทำลายฐานความเชื่อมั่น ในการเข้าถึงราชสำนักของตน..ซึ่งการปล่อยข่าวลือจากพันธมิตร และสื่อในสังกัดเพื่อทำให้หลายฝ่ายที่ให้การสนับสนุนอย่างลับๆกับ "สมัคร" ลังเลในการเลือกข้าง.. โดยเฉพาะกรณี"พล.ต.อ.โกวิท"นั้น มีความสำคัญเชื่อมโยงไปถึง"ตท.๖"รุ่นของนายทหารที่ร่วมกันทำรัฐประหาร (๑๙ก.ย.๔๙) ภายใต้การนำของ"พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน"ผบ.ทบ.ขณะนั้น รวมถึง"พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก"ผบ.ทอ.ที่มีบทบาทเด่นชัด.. และยังคงบทบาทคัดค้านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลปัจจุบัน ในท่ามกลางถูกโจมตีในหลายประเด็น จาก"สื่อฝ่ายตรงข้าม"อย่างประชาทรรศน์, โลกวันนี้, บางกอกทูเดย์ฯลฯ
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า การจัดงานเทิดพระเกียรติในหลวง-ราชินีฯ ด้วยการรณรงค์ไปทั่วประเทศให้คนไทยสามัคคี ของรัฐบาลโดยมี"สมัคร"เป็นผู้อำนวยการจัดงาน เพื่อลบภาพความแตกแยกบาดหมางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงในระดับที่ยากควบคุม ภายใต้การประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงกองทัพ และ"หน่วยข่าว"ที่ได้รับรายงานตรงกันว่า เป้าหมายของผู้ที่อยู่"เบื้องหลัง"ของสถานการณ์ความขัดแย้ง จากการแบ่งขั้วแยกฝ่าย ที่จุดประทุอีกครั้งผ่านการเคลื่อนไหวของ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"ใน พ.ศ.๒๕๕๑ นั้น มีการบริหารจัดการอย่างมีระบบ และมีกำหนดไว้แล้วว่า จะมีการสร้างสถานการณ์บางอย่างที่รุนแรงในวันที่ ๙ ส.ค.๕๑ โดยกลุ่มก่อการและผู้เกี่ยวข้องเชื่อว่า จะเกิดความวุ่นวายจนถึงวันที่ ๑๒ ส.ค.และพวกเขาจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ภายใต้การสูญเสีย"ความชอบธรรม"ในการบริหารประเทศของรัฐบาล"สมัคร"
@@"หน่วยข่าวลับ" รายงานว่าขณะนี้ได้มีความเคลื่อนไหวของกองกำลังของนักการใหญ่ชื่อ"ส." ที่ส่วนใหญ่เป็นอดีต ทปท. และทหารรับจ้าง ซึ่งถูกใช้ปฏิบัติการในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้..โดยระดับแกนนำสั่งการอยู่ใน จ.สตูล ได้เงินเดือนๆละ ๕ หมื่นบาท..มาเป็นเวลา ๓ ปีแล้ว.. เตรียมระดับกำลังหน่วยจรยุทธที่เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด.. และการสร้างสถานการณ์.. ขึ้นมาปฏิบัติการในพื้นที่"ศูนย์กลางอำนาจรัฐ"ที่กรุงเทพฯ.. โดยกองกำลังดังกล่าวถูกระบุจากสายข่าวระดับสูง ว่า มีความเชื่อมโยงกับ"บิ๊ก คมช."ท่านหนึ่งที่เมื่อเร็วๆนี้ได้เดินทางลงไปที่ จ.สตูล ในห้วงที่มีการจัดประชุมวางแผนของกลุ่มดังกล่าว
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อมูลนี้สอดคล้องกับแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ที่รายงานการเคลื่อนไหวระดมอาวุธของกลุ่มต่างๆที่มีความเชื่อมโยง พคท.ในอดีต...ในหลายพื้นที่..ซึ่งปรากฎการณ์การจับกุม"หนุ่มใหญ่"ที่ขับรถพุ่งเข้าชนรั้วกั้นของพันธมิตร และพบอาวุธจำนวนมากนั้น.. มีนัยยะของการส่งสัญญานจากบางฝ่าย ว่าขณะนี้"อดีตนายทหาร"ที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับนายทหาร จปร.๗ ในพันธมิตรฯกำลังดำเนินการบางอย่างผ่านกองกำลังทหารของพวกเขา ที่มีจำนวนมาก.. ทั้งที่อยู่ในราชการและนอกราชการ.. ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าว มีความเชื่อมโยงถึงกองกำลังจากอีสานใต้ภายใต้การควบคุมของ "พ." น้องชายของ "พ." ที่ คมช.เคยใช้งานช่วงการทำรัฐประหารด้วย.. นอกจากนี้กลุ่มคนดังกล่าวยังมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ระเบิด ๙ จุดที่เกิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และห้างต่างๆคืนวันที่ ๓๑ธ.ค.๔๙ด้วย.. ซึ่งประเด็นนี้มีการเชื่อมโยงกับความพยายามสกัดขัดขวาง ไม่ให ้"พล.ต.อ.โกวิท" ที่ทราบถึงเบื้องลึกในเหตุการณ์ดังกล่าว เข้ามาเป็นรองนายกฯด้านความมั่นคงในรัฐบาล"สมัคร" เพราะอาจนำไปสู่การรื้อเรื่องดังกล่าวขึ้นมาจัดการกับกลุ่มขบวนการ และอาจโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังระดับสูงได้...
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อมูลความเคลื่อนไหวข้างต้น สอดรับกับรายงานของหน่วยข่าว ห้วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ว่า ได้มีการประชุมของกลุ่มการเมือง ที่เชื่อมโยงกับ กลุ่มพันธมิตร สายพรรคการเมืองใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้ มีแกนนำจากจังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานีและสงขลา(หาดใหญ่) โดยมี นาย"ช."อดีต เลขา นาย"ต."และคนสนิทของ"นาย ส." เป็นแกนนำ มีสมาชิกคนสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่, อดีตแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภาคใต้ และอดีตแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์มลายา เข้าร่วมประชุมสัมนาและวางแผนโค่นล้ม "รัฐบาลสมัคร" ของพรรคพลังประชาชนกันใหม่อีกครั้ง โดยจะใช้การเคลื่อนไหวจากภาคใต้และกรุงเทพเป็นศูนย์กลางสัญจรไปยังภาคกลาง-อีสาน และภาคเหนือ เพื่อก่อกวนให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนต้องลาออกแล้วให้พรรคประชาธิปัตย์ เข้าทำหน้าที่แทนเหมือนยุครัฐบาล "พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ".. รายงานชิ้นนี้ ยังพาดพิงถึง "นาย พ." หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของแกนนำพันธมิตรท่านหนึ่ง ว่า มีความเกี่ยวข้องกับกรณี"คาร์บอมบ์"ที่จรัญสนิทวงศ์ ซึ่งถูกเชื่อมโยงพยานหลักฐานว่าเกี่ยวข้อง ทำให้ต้องหนีไปติดต่อพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ให้ช่วยติดต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อจะขอลี้ภัยการเมืองไปประเทศจีน แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงขออาศัยหลบภัยแถวชายแดนไทย-มาเลย์และประเทศมาเลเซียแทน โดยขณะอยู่ที่นั่น ได้มีการรื้อฟื้นกองกำลังติดอาวุธ เตรียมระดมคนฝึกอาวุธขึ้นมาจำนวนหนึ่งด้วย...
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า สาเหตุที่ "พล.อ.อนุพงศ์" ส่ง "สารวัตรทหาร" เข้าไปดูแลพันธมิตรฯนั้น นอกจากเพื่อป้องกันสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดแทรกซ้อนโดยบุคคลที่สามแล้ว สาเหตุหลักมีความเชื่อมโยงกับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ที่ระบุตรงกับข้ออ้างของแกนนำพันธมิตร และ "พล.อ.ปฐมพงศ์ เกสรศุกร์" ที่ปรึกษา บก.สส.ว่ามีทหารจำนวนมากให้การสนับสนุนพันธมิตร และเข้ามาร่วมชุมนุมโดยไม่เปิดเผยตัว..ซึ่งรายงานนี้ สอดรับกับรายงานก่อนหน้านี้ว่า มีการจัดกำลังทหารจำนวนมากเข้ามาแทรกซึมอยู่ในพันธมิตร โดยเฉพาะในส่วนของ "การ์ดพันธมิตร" ที่เคยปะทะกับ"แนวร่วมต้านรัฐประหาร"นปก.นั้น หลายคนถูกระบุว่ามีสังกัด..ซึ่งการให้ "ส.ห." เข้าปฏิบัติการนั้นเป็นการปรามอยู่ในทีสำหรับกองกำลังที่อยู่ในราชการ.. ในการที่จะคิดสร้างสถานการณ์ความรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง.. โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคง.. มีการเฝ้าระวังและจับตา"พล.อ.พัลลภ" อดีตนายทหาร จปร.๗ เป็นพิเศษ เพราะเคยอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการเผาโรงพักนางเลิ้ง ในเหตุการณ์นองเลือด "พฤษภาทมิฬ" เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ ในขณะที่ครั้งนั้นมี"พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" อดีตทหาร จปร.๗เป็นแกนนำประชาชนในการต่อต้านรัฐบาล"พล.อ.สุจินดา" มาแล้วเช่นกัน..
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานสถานการณ์กำลังทางทหารว่า ขณะนี้กำลังของฝ่าย"พล.อ.อนุพงศ์" ภายใต้การให้การสนับสนุนจาก"ผู้ใหญ่" ยังคงมีจำนวนมากว่าอีกฝ่าย.. ทำให้มีความพยายามลากดึงให้"พล.อ.อนุพงศ์" เข้ามาสนับสนุนพันธมิตรในทางภาพภายนอก.. ในหลายมิติไม่ว่าจะเป็น สถาบันชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์.. แต่"พล.อ.อนุพงศ์"ยังสามารถรักษาจุดยืน ไม่สนับสนุนแนวทางการ"รัฐประหาร" อย่างหนักแน่น และพยายามไม่แสดงความเห็นใด ซึ่งแตกต่างจาก"พล.อ.อ.ชลิต" ที่มีการออกมาให้ข่าวดังกล่าว.. ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้"ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง" ติดต่อผ่านบุคคลระดับสูงให้เข้าพบ แต่ "พล.อ.อนุพงศ์" ยังคงยืนยันจุดยืน..
@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานกรณีคดี"คุณหญิงนัทนนท์ ทวีสินธ์" อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร.. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกรณีการจัดซื้อเรือ-รถดับเพลิง และกำลังถูกดำเนินคดี..นั้น มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการที่ "คุณหญิงนัทนนท์" เป็น "กุญแจสำคัญ" ที่มีหลักฐานและล่วงรู้ถึงปฎิบัติการบางอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไป (ช่วงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี อันอยู่ในช่วงหลังรัฐประหารที่มี คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติกุมสภาพ...)ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ที่ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ระบุตรงในทุกจังหวัด แต่ในกรุงเทพมหานครกลับพลิกไปจากผลสำรวจ ที่จากเดิมพรรคพลังประชาชนจะได้ที่นั่งมากกว่า กลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งมากกว่า ..โดยกรณีดังกล่าวมีหลายฝ่ายได้ร้องเรียนไปยัง กกต.แล้ว.. แต่ยังไม่มีการตรวจสอบในระดับลึก.. ขณะที่มีรายงานจาก"วงใน" กรุงเทพฯมหานคร แจ้งว่า มีผู้พบเห็นการขนหีบบัตร และบัตรลงคะแนนจำนวนมากไปไว้ที่สนามกีฬานางเลิ้ง และเตรียมที่จะทำการเผาทำลาย... |
|