|
| |
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน |
|
| |
1 ก.ย. 51 |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ตอนที่แล้ว สมภูมิพิสูจน์ความเป็นนักรบของจอมพลสฤษดิ์ สัปดาห์นี้เรามาศึกษาเรื่องราวของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กันบ้าง
ความหวั่นเกรง ทฤษฏีโดมิโน รัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร จึงส่งทหารไทยไปรบนอกประเทศ ร่วมกับพันธมิตรโลกเสรี คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
เวียดนามใต้ เป็นจุดล่อแหลมที่สุดของการสกัดกั้นการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และนี่คือสมรภูมิรบแรกของพล.อ.สนธิ พล.อ.สนธิ สมัครเข้าไปรบในเวียดนาม ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ในฐานะผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ผบ.มว.ปล.ร้อย.อวบ.พัน.ร.๑ พัน.๒ พล.อสส. (พลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑)
ผมถามตัวเองว่าไปทำไม พ่อผมตอบว่า คอมมิวนิสต์กำลังจะสร้างโดมิโนล้มทับประเทศไทยเมื่อโดมิโนมาถึงประเทศไทย ก็หมายถึงศาสนาอิสลามเราจะถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นการเดินทางไปที่เวียดนาม เป็นการไปปกป้องชาติและศาสนา ซึ่งผมทุ่มเทไม่กลัวว่าชีวิตต้องสูญเสีย เพื่อที่จะประกาศความยิ่งใหญ่ของการเป็นคนไทย ทั้งนี้ ผมทำเพื่อความกล้าหาญ ในการปกป้องประเทศที่เราเกิด และสิ่งที่ผมทำต้องการให้เป็นเอกลักษณ์ของมุสลิม ให้คนในประเทศเห็นว่าได้เสียสละ และอุทิศทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมืองในฐานะเป็นตัวแทนคนไทยมุสลิม (1)
กองพลทหารอาสาสมัครที่ ๓ ตั้งเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๒ มีกำลังพล ๑๑,๒๑๔ คน มี พล.ต. เอื้อม จิรพงค์ เป็นผู้บัญชาการ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน กองพลอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ มีกำลังพล ๕,๕๔๐ คน เปิดกองบัญชาการกองพลชั่วคราวที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ระหว่าง ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๒ - ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ก่อนเคลื่อนย้ายตั้งถาวรในค่ายกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ เริ่มเรียกพลเข้าที่รวมพลเพื่อทำการฝึกหลักทั้ง ๕ ขั้น หลังจากนั้นก็ส่งขึ้นเครื่อง C - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เข้าสมภูมิรบ ภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายคือ ช่วยเหลือโครงการสันติสุข และขยายอำนาจการปกครองของรัฐบาลเวียดนามใต้ ให้เต็มพื้นที่สนใจทางยุทธวิธีที่ได้รับมอบหมาย เพิ่มพูนประสิทธิภาพของกองกำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชน ปฏิบัติการทางทหารเพื่อทำลายกำลังข้าศึก และได้รับมอบภารกิจเฉพาะบางประการเพิ่มเติม เช่นให้ความคุ้มครองปลอดภัย สนับสนุนโครงการเสริมสร้างสันติสุขของรัฐบาลเวียดนามใต้ และควบคุมทรัพยากรแก่หมู่บ้านต่างๆ
พื้นที่รับผิดชอบ คือ ในเขตอำเภอลองถั่น กับพื้นที่บางส่วนทางด้านเหนือ ในเขตอำเภอดึ๊กตู จังหวัดเบียนหว่า และพื้นที่ทางด้านตะวันออกของอำเภอชวนล็อค จังหวัดลองคานห์ รวมพื้นที่ประมาณ๖๓๐ตารางกิโลเมตร |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
การรบของผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ อาจไม่ใช่การเปิดสมภูมิหลัก เหมือนการรบที่ ฟุกโถ การรบที่บินสอน (Binh Son) การรบที่เฟือกกาง (Phuoc Cang) ซึ่งที่รบกันทีเป็นกองพัน ตายเจ็บมีตัวเลขเป็นหลักร้อย แต่เป็นการรบแบบจรยุทธ ที่หน่วยรบหลักคือ หน่วยปืนเบา ซึ่งต้องลาดตระเวน ค้นหา และทำลายกำลังเวียดกง และการรบแบบนี้แหล่ะที่ฝากรอยแผลคมกระสุนไว้ตามร่างกายของพล.อ.สนธิ
การรบต้องเผชิญกับสภาพดินฟ้าอากาศในฤดูฝนที่สร้างความได้เปรียบให้ฝ่ายเวียดกง สร้างความเสียเปรียบให้กับฝ่ายทหารไทยเนื่องการสนับสนุนทางอากาศถูกจำกัด
รูปแบบการรบที่ต้องเผชิญคือ ปิดล้อม ตรวจค้น ค้นหา และทำลายแหล่ง ส่งกำลังบำรุงที่สำคัญของเวียดกงทุกพื้นที่รับผิดชอบ ใช้หน่วยทหารขนาดเล็กเข้าปฏิบัติการรบด้วยการรุก ซุ่มโจมตี ตีโฉบฉวยควบคู่ไปกับการปฏิบัติการด้านการเมือง ของชุดปฏิบัติการจิตวิทยา และการช่วยเหลือประชาชน
ที่สนามรบเวียดนาม ได้เห็นเลือดจริง ตายจริง เจ็บจริง ความยากลำบาก ต่างๆนาๆ ทำให้พล.อ.สนธิ ต้องใช้เวลาตั้งหลักกับตัวเองเป็นสัปดาห์ ก่อนจะปรับภาวะจิตใจและกำหนดยุทธวิธีในสมรภูมินี้ได้
พล.อ.สนธิ เล่าว่า ครั้งหนึ่งสามารถรอดชีวิต เพราะความช่วยเหลือจากหญิงชาวบ้าน ที่มีสามีเป็นเวียดกง
นี่ย่อมยืนยันความสำเร็จในงานช่วงชิงมวลชน (2)
เว็ปไซด์ หอมรดกไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ บันทึกวีรกรรมของทหารไทยในช่วงความรับผิดชอบของกองกำลังผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ ไว้ว่า
ชุดจู่โจมของกองร้อยจู่โจมได้รับมอบภารกิจให้ทำการลาดตระเวนค้นหา และทำลายข้าศึก ที่หลบซ่อนตัวอยู่ทางทิศใต้ของลำน้ำคา ในเขตพื้นที่ปฏิบัติการวศิน การปฏิบัติของชุดจู่โจม เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๔ โดยเคลื่อนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ไปลงในพื้นที่ปฏิบัติการ และแทรกซึมเข้าไป วันต่อมาได้กระจายกำลังเข้าค้นหา และทำลายข้าศึก การปะทะเป็นไปอย่างรุนแรง ส่วนหนึ่งได้เข้ารบประชิดด้วยอาวุธประจำกาย และทำการร้องขอการโจมตีทางอากาศอย่างเร่งด่วน และขอรับการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่
ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราบาดเจ็บ ๓ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๘ คน ทำลายที่กำบังได้ ๘ แห่ง ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
การรบของกองพลผลัด ๓ ส่วนที่ ๑ สามารถตรึงพื้นที่และรุกคืบเพื่อริเริ่มขยายผลได้ พอพ้นหน้าฝน ก็ริเริ่มเข้าปฏิบัติการทั่วทุกพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นฝ่ายได้เปรียบเวียดกง ทั้งด้านทหาร และการเมือง มีการขยายผลปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังผสมฝ่ายโลกเสรี เช่น แผนยุทธการเยลโล แจ็กเก็ต ๑ ระหว่าง ๑๙ - ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๓ แผนยุทธการเยลโล แจ็กเก็ต ๒ ระหว่าง ๑๔ - ๑๙ มกราคม ๒๕๑๔ แผนยุทธการแจ็คเก็ต ๓ ระหว่าง ๒๓ - ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ และแผนยุทธการไทยแอม ระหว่าง ๗ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๑๔
ในสมรภูมินี้ พล.อ.สนธิ ได้รับเหรียญกล้าหาญสหรัฐ ACM "V" (Army Commendation With V ) และเหรียญชัยสมรภูมิ (วน.) ประดับเปลวระเบิด
สมรภูมินี้ ทำให้ พล.อ.สนธิ เป็นนักรบเต็มตัว
|
|
| |
(1) หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์, ๖ ก.ค.๒๕๕๐
(2) งานของ หน่วยรบพิเศษเน้นสงครามจิตวิทยา ดังที่ พล.อ.สนธิ เรียกว่า ชนะโดยไม่ต้องรบ เป็นยุทธวิธีให้ ศัตรูรบกันเอง |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
จำนวน
ครั้งที่แสดง |
|
| |
แสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
|
|