“ทายาทขุนศึก” (2)
 
 
20 ส.ค. 51
 
     
 
 

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

ตอนที่แล้วปูภูมิหลังของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไปแล้ว คราวนี้มาลองดูภูมิหลังของ“พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน”

 
 
 
 
 
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เกิดวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๘๙  เป็นช่วงเวลาที่จอมพลสฤษดิ์ ยังเป็นนายทหารยศ “พ.อ.”

พล.อ.สนธิ มีชื่อมุสลิมว่า  “อับดุลลอฮ์ อหะหมัดจุฬา” สืบเชื้อสายมาจากต้นตระกูลคือ “เฉก อะหมัด” ซึ่งเป็นสาแหรกทางฝ่ายพ่อ “พ.อ.สนั่น บุญยรัตกลิน” มุสลิมนิกายชีอะห์  ขณะที่ “คุณแม่มณี” เป็นมุสลิมสายปัตตานี นิกายซุนนะห์ นามสกุลเดิม “นาทอง” เป็นตระกูลใหญ่ในชุมชนมุสลิมย่านปทุมธานี

พ.อ.สนั่น เป็นทหารที่เติบโตมาจาก “นายสิบ” เป็นทหารที่อยู่แถวหน้าทุกสมรภูมิรบทั้งในและนอกประเทศ            ไม่ว่าจะเป็นสงครามเกาเหลีหรือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พ.อ.สนั่น มีส่วนเป็นกลไกสำคัญในการเจรจาเพื่อให้ “เปาะสู วาแมดิซา” อดีตครู รร.ประชาบาล บ.จารังตาดง ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา แกนนำขบวนการโจรก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้ยุคแรก (พ.ศ.๒๔๙๑) เข้ามอบตัวกับทางการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘

พ.อ.สนั่น ยังเป็น ครูฝึกวิชาอาวุธศึกษา ที่ค่ายฝึกธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ฝึกฝนเรื่องวัตถุระเบิดให้แก่ นักเรียนนายร้อย จปร. อันรวมถึง   จปร. ๑๗ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ เป็น “ลูกศิษย์” ด้วย
 
     
 
 
     
 
นักเรียน จปร. ๑๗  ล้วนจดจำนิทาน “เสือหน้าย่น” ที่ พ.อ.สนั่น เล่าให้ ลูกศิษย์ฟังเพื่อลดความเครียดจากการฝึกหนัก และ พล.อ.สนธิ มักนำมาเล่าซ้ำให้เพื่อนๆ ฟัง จน “พล.อ.บัญชร ชวาลย์ศิลป์” เพื่อนร่วมรุ่น จปร.๑๗ บอกว่า “เพื่อนสรุปตรงกันว่า นี่คงเป็นนิทานประจำตระกูลของท่านอย่างแน่นอน” (1)                                                             

พล.อ.สนธิ เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียน “อัสสะฟีอฮ์วิทยาลัย” ในเขตยานนาวา กรุงเทพฯ จนจบ ม.๑ ก็ย้ายไปเรียนที่ “โรงเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ” ในราวปี ๒๕๐๑ ประวัติของโรงเรียนนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม”

ที่โรงเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ หลักฐานจากใบสุทธิของ พล.อ.สนธิ  เล่มที่ ๓๑๑๙ เลขที่ บ.๓๑๑๘๗๒ ระบุเลขประจำตัวนักเรียน ๙๖๕ เข้าเรียนเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๑

จากคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ  พล.อ.สนธิ จัดอยู่ใน “กลุ่มเด็กเรียน” เป็นคนที่ไม่โดดเด่น หวือหวา  แต่ก็ไม่เก็บตัว


และในใบสุทธิเขียนไว้อีกว่า พล.อ.สนธิ เป็นนักเรียนที่มีความประพฤติเรียบร้อย  ผลการเรียนในระดับปานกลางคะแนนคือ  ๖๕.๘๐ เปอร์เซ็นต์
 
     
 
 
     
 
ชีวิตของครอบครัวทหารชั้นประทวน เป็นครอบครัวที่ไม่ได้มีความมั่งคั่งเช่นกัน พ.อ.สนั่น ในฐานะเสาหลักของครอบครัว นอกจากหน้าที่รับใช้ชาติ ยามว่างก็ยังต้องหารายได้พิเศษ ด้วยการทำ “โพงพาง” ขาย  แต่ก็มีข้อมูลเป็นเกร็ดเพิ่มเติมว่า  ฐานะข้าง “คุณแม่มณี” อยู่ในขั้นเศรษฐีที่ดิน

การก้าวเข้าสู่เส้นทางกองทัพ พล.อ.สนธิ เริ่มด้วยการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในปี ๒๕๐๖ เป็น นักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๖ (นตท.รุ่น ๖) ณ ที่นี้ พล.อ.สนธิ เข้าสู่การบ่มเพาะวิถีของสุภาพบุรุษ หรือ “ปรับปรุงลักษณะทหาร”

มกราคม ปี ๒๕๐๘ พล.อ.สนธิ ก้าวสู่รั้วแดงกำแพงเหลือง  เป็น นนร. รุ่นที่ ๑๗  (รุ่นฝนแรก) หมายเลขประจำตัว ๗๗๔๔ มีเพื่อนสนิทเพราะนอนห้องเดียวกัน คือ  พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล และ ร.ต.วิริยะ สินวัต (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลังเรียนจบ ๒ ปี)

พล.อ.สนธิ ยังคงบุคลิกเดิม คือ ไม่โดดเด่น หวือหวา ไม่ปิดตัวเรียนในระดับปานกลาง เล่นกีฬาเป็นนักวิ่งในงานกีฬาของโรงเรียน
 
     
 
 
     
 

ชีวิตของนักเรียน จปร. ๑๗ แม้ไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ แต่ก็มีวีรกรรมอยู่หลายส่วน ที่สำคัญต้องติดยศ “ร.ต.” ออกสู่สนามรบก่อนกำหนด หลังเรียนจบแค่ชั้นปีที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๒) 

พล.อ.สนธิ เลือกเหล่าทหารราบ ซึ่งถือว่าเป็นเหล่ารบหลัก หรือ กระดูกสันหลัง ของกองทัพบก เป็นตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบ ศูนย์การทหารราบ 

เกร็ดชีวิตของพล.อ.สนธิ ใกล้เคียงกับ จอมพลสฤษดิ์ คือ สูญเสียบิดาในขณะที่ตัวเองกำลังก้าวเดินบนเส้นทางกองทัพ 

พ.อ.สนั่น เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ราวปี ๒๕๒๓ ขณะที่ พล.อ.สนธิ อายุประมาณ ๓๔ ปี เป็น ผบ.ร้อย.ลว.ไกลที่  ๒

(ตอนหน้า อ่าน ประวัติศาสตร์ “ในสนามรบ” ของจอมพลสฤษด์ ธนะรัชต์)
ภาพจาก มติชน


(1) พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์,คำนิยม “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ขุนศึกกู้แผ่นดิน”,สำนักพิมพ์ กรีน ลิบรา จำกัด, ม.ค. ๒๕๕๐
 
     
 
 
เรื่องย้อนหลัง
 
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
 

แสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น
*ชื่อ:
อีเมล์:
แจ้งให้ทราบเืมื่อมีความคิดเห็นใหม่
ไม่แสดงอีเมล์
*ข้อความ:
 
 
 

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats