มันไม่ใช่ ประชาธิปไตยแบบไทยๆมันต้องมีกฎข้อบังคับที่บังคับไว้ชัดเจน แล้วทำภายใต้อันนี้สิผมว่ามันถึงได้ถูก ไม่ใช่ประชาธิปไตยเปรี้ยงมา ทุกอย่างฟรีหมด ใครจะทำอะไรก็ได้ นึกจะทำอะไรก็ถูกไปหมด ได้ไปหมด ผมว่ามันไม่ใช่ ตรงนี้มันอธิบายไม่ได้ว่าแบบไหนที่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ เราต้องมาดู
มันมีความยืดหยุ่นของความหมาย
มันต้องยืดหยุ่นบางอย่างต้องอ่อน บางอย่างต้องแข็ง ไม่งั้นบ้านเราไปไม่รอดเพราะบ้านเรามันต่างการศึกษา ต่างกัน เราถูกบ่มเพาะความเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลายและแตกต่างกัน มันจะเข้ามาปะปนให้ความเป็นประชาธิปไตยของเรามันฟุ้งเฟ้อแล้วกลายเป็นสังคมเราเสียหาย
ทำตามใจคือไทยแท้ ประชาธิปไตยหรือเปล่าแบบนั้น
ก็อย่างที่ผมพูด การทำตามใจคือไทยแท้ ประเทศไทยของเรามันถึงไปก้าวหน้า เดินไปก้าวหนึ่งถอยกลับมาสองก้าว ผมได้พูดกับนักวิชาการเสมอว่า ประชาธิปไตยต้องมีกรอบในการเดิน เพราะงั้นประชาธิปไตยที่ดีต้องมีสังคมที่ดีควบคูกันไปด้วย เราจะกำหนดมาตรการความเป็นประชาธิปไตยเราต้องจัดระเบียบสังคมให้ดีก่อน ในเมื่อสังคมไม่ดี ประชาธิปไตยมันไปไม่รอด มันกลายเป็นความสับสน ความอลหม่านขึ้นในประเทศ
คำว่าประชาธิปไตยของท่านหมายถึงการต้องยอมรับกลุ่มในสังคมที่มีอยู่อย่างกลุ่มข้าราชการ ทหารแบบนั้นหรือเปล่า
ในทุกชาติ ในทุกบทบาทขององค์กรต่างๆ ต้องเขียนสิทธิและหน้าที่ไว้ให้ชัดเจน กองทัพมีหน้าที่อะไร มีสิทธิอะไรก็ทำไปในกรอบตรงนี้ กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ต้องทำอะไร รัฐบาลใครต่อใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปในกรอบของตนเอง ถ้าทำในกรอบนั้นหมายความว่า การทำหน้าที่ของตัวเองนั้นถือว่าเป็นประชาธิปไตยน่ะ ทำตามหน้าที่และสิทธิถือว่าเป็นประชาธิปไตย เพราะงั้น ทุกคนมีหน้าที่อะไรก็ทำตามหน้าที่ สิทธิ ถ้าใครไปเรียกร้องสิทธิ เกินกรอบที่ควรจะเป็น เกินที่กำหนดไว้ให้อันนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว มันเริ่มกลายเป็นเผด็จการ
คือองค์กรหนึ่งก็ต้องยอมรับบทบาทของอีกองค์กรหนึ่ง
องค์กรใครองค์กรมัน เราก็ต้องศึกษาองค์กร องค์กรใครมีหน้าที่อะไรการจะทำงานในองค์กร ถ้าเผื่อจะทำงานร่วมกันมันก็ต้องมาศึกษาหน้าที่ศึกษาการงานของกันและกันเอาไว้ งานมันเดินไปเอง
ท่านยืนยันว่าประชาธิปไตยต้องไปคู่กับวินัย
ต้องไปคู่กับวินัยเพื่อพัฒนาสังคม
แล้วประชาธิปไตยต้องมีกรอบมีขอบเขต
มีขอบเขต
ถ้าถามตรงไปตรงมารัฐธรรมนูญปี ๕๐ ที่ผู้ร่างชูออกมาว่าเปิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าใดๆ คมช.หรือกองทัพได้มีส่วนผลักดันหรือร้องขอในประเด็นใดบ้างให้บรรจุ
เอาตรงๆ เลยน่ะฮ่ะ ไม่มีเลย ไม่มีเลย....(เน้นเสียง)
แม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนส่วนตัวกับผู้ร่าง
ไม่มี...ยืนยันไม่มี(เน้นเสียง) เราบอกแล้วไงว่าเราทำงานกันแค่สิบสองวันเราจบแล้ว จริงๆ ไม่เคยขอ กกต. คตส. หรือ สสร. สนช.ไม่เคยเข้าไปอะไร ไม่เคยเข้าไปรบกวนอะไรทั้งสิ้น ถือเป็นสิทธิเสรีที่เราให้ ไม่มี ไม่มี
มีอยู่จังหวะที่ท่านอภิปราย เนื้อหาท่านพูดเหมือนกับว่า ท่านอยากเห็นประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่สภาผัวสภาเมีย อยากเห็นองค์กรอิสระถูกตรวจสอบ อะไรทำนองนี้ ตรงนี้จะถือเป็นการส่งสัญญาณหรือเปล่า
ถ้าอย่างนี้ ไม่ใช่เสียงผม เสียงคนร่าง อันนี้ผมจำได้ ผมพูดถึงเรื่องนี้แล้วผมพูดถึงเด็กเลี้ยงแกะ มันไม่ใช่คำพูดผม แต่ผมว่ามันเป็นหน้าที่ของ สสร. สนช.อยู่แล้วว่าควรจะปรับแก้ยังไง ถึงแม้เรารู้ ทุกคนก็บ่นในเรื่องเดียวกัน แต่ว่าเราไม่เคยไปชี้นำใดๆ
ถ้าฟังมาถึงตรงนี้สาเหตุสิบเก้ากันยาฯพูดได้ไหมว่าสาเหตุมาจากหนึ่งชาติแตกแยก มาแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์ก็อยู่ในภาวะอันตราย นี่คือ หัวใจ พูดแบบนี้ได้ไหม
อันนี้ได้เลย ผมเชื่อว่าได้เลย
|