พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
 
 

เปิดหัวใจ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน”
ลึกกว่า “ลับ ลวง พราง” (ตอนที่  1)

 
  ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่3  
 
 
 

บทสัมภาษณ์“เอ๊กซ์คลูซีฟ”  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน  อาจกล่าวได้ว่า เป็นบทสัมภาษณ์ที่ ลึกกว่า  “ลับ ลวง พราง”
โดยเป็นการสัมภาษณ์ของ “สำราญ รอดเพชร” อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๕ ก.พ.๒๕๕๑  เพื่อเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของการศึกษาวิจัย หัวข้อ “ความคิดทางการเมืองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ของ  สถาบันพระปกเกล้า

เหตุผลในการปฏิวัติ 19 กันยายน จริงๆเป็นอย่างไรแน่ จะเป็นไปตามเหตุผลสี่ข้อหรืออย่างที่นักวิชาการมองกันว่า มีสาเหตุจากการที่ทหารถูกคุกคามในเรื่องตำแหน่งหน้าที่

ต้องเล่าความเป็นมามันถึงจะตอบข้อสงสัยหรือข้อเท็จจริง  สังเกตเวลา ปัจจัยเวลาตั้งแต่ต้นปี ๔๙ มันก็จะเกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งของสังคมกระจายมากขึ้น ทุกๆภูมิภาคจะเห็นชัดเจนเลยว่า คนมีความยอมรับและไม่ยอมรับที่มีความแตกต่างกัน อันนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความสำคัญของคน เพราะฉะนั้นคำว่าชาติ ถ้าเกิดไปแยกความคิด แยกภูมิภาคพวกนี้ออกมาในเชิงที่เป็นอริ หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน มันย่อมเป็นไปไม่ได้ชาติต้องเป็นหนึ่งเดียว คนในชาติต้องคิดให้เหมือนกัน
นี่ผู้บริหารประเทศ ผมเชื่อว่าการเป็นผู้บริหารประเทศที่จะปกครองชาติจะต้องบริหารในเชิงรู้สึกว่าเป็นเนื้อเดียวกันของคนทั้งชาติทั้งแผ่นดิน อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น เพราะงั้นในช่วงนั้นมันเกิดเยอะ เกิดทุกภูมิภาคก็จะเห็น ข้อสำคัญในกองทัพก็เกิด ความขัดแย้งระหว่างภาคใต้กับภาคอีสานเกิดขึ้น ผมถึงเคยพูดตรงนี้ว่าในเมื่อกองทัพซึ่งรักกันมาก เราร่วมเป็นร่วมตายเพื่อป้องกันประเทศ ต้องต่อสู้กับอริราชศัตรู เพราะงั้นคนในกองทัพเกิดความแตกแยกในกองทัพ เนื่องจากการบริหารประเทศอย่างนี้ ผมว่าเป็นปัจจัยที่น่ากังวลน่าห่วง

 
     
 
 
กองทัพแตกแยกเพราะอะไร

คนสองภูมิภาคนี่เขาไปเรียนด้วยกันเป็นเพื่อน มันเกิดจากปัญหาการเมืองทำให้คนสองภาคมีความนิคม มีความคิดที่แตกต่างกันก็มีความขัดแย้งกัน อันนี้เป็นสิ่งที่เรามองว่าแม้กระทั่งในกองทัพก็ยังเกิด ถามว่า ถ้าอย่างนี้ประเทศชาติจะไม่สับสนวุ่นวายไปมากกว่านี้ในภาพรวม จะเห็นว่าในช่วงนั้นความคิดแตกต่างกันแน่นอน ภาคกลางคิดอย่าง ภาคใต้คิดอย่าง อีสาน เหนือ คิดอีกย่างเพราะการบริหารประเทศมันต้อง Share ความยุติธรรมในการเข้าไปดูแล เอาใจใส่ ในทุกๆด้านถูกไหมฮ่ะ อันนี้ก็เหมือนกัน
 
 
นี่เป็นปัญหาหลัก

เป็นปัญหาหนึ่ง เราก็คงจะเห็นว่าเวลาที่ผ่านมานั้นกระบวนการในเรื่องความทุจริตประพฤติมิชอบ การทำธุรกิจอะไรก็ตามเป็นเรื่องของพวกพ้องเป็นเรื่องของกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้รับรู้กัน มา ประชาชนก็รับรู้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง ต้องยอมรับว่าเราก็รู้ก่อนใครๆ แต่ว่าเราพูดไม่ได้

ความเข้มข้นของเหตุผลสี่ประการมันเพียงพอแล้วที่จะรัฐประหาร


ผมว่า สี่ข้อมันอาจจะเป็นหลักการในการบอกให้สังคมเห็นว่านี่เป็นสี่ข้อที่เรานึกได้ในวันนั้น เวลานั้น ต้องเข้าใจว่าเราปฏิรูป ๑๙ เรามาแถลงวันที่  ๒๐ งั้นปัจจัยในสี่ข้อนั้นน่ะ เราเอาปัจจัยที่เห็นชัดและง่ายที่สุดมาอธิบายสังคม แต่ความจริงนั้น เวลาที่ผ่านมาเป็นปีๆ ที่เกิดความแตกแยกในสังคมกลุ่มพันธมิตรก็เดินทางมามีปัญหากันอยู่ตลอดทุกๆอาทิตย์ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดสังคมมีความแตกแยก สิ่งต่างๆเหล่านี้ถามว่าประเทศชาติมองแล้วจะดูดีไหม มาที่หนึ่งทีละหมื่นสองหมื่นคนแล้วทุกวันๆ ถามว่าแล้วในประเทศจะเป็นยังไง สังคมจะเป็นยังไง เศรษฐกิจจะเป็นยังไง ต่างประเทศจะมองประเทศไทยเป็นยังไง อะไรต่างๆเหล่านี้เราต้องมองทั้งหมดให้เกิดเป็นภาพรวม

 
 
มีการวิเคราะห์ในเชิงการทหารอย่างไรบ้างว่า ถ้าไม่ทำวันที่ ๑๙ สถานการณ์จะเดิ นไปในรูปแบบไหนอย่างไร

คือเรามีข้อมูลข่าวสารมาว่าจะมีการรวมในส่วนของพันธมิตร ในวันที่ ๒๐ ทราบกันดีอยู่ แต่ขณะเดียวกันทางสายข่าวก็มีการรวมของอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นมา ซึ่งฝ่ายที่รวมก็เป็นคนไทยที่ปรารถนาดีก็ได้รายงานข่าวสาร ก็จะมีแม้กระทั่งการนำอาวุธซึ่งยืมจากกองทัพไปใช้มาร่วมในการชุมนุมคราวนี้ด้วย คราวนี้ก็เป็นเงื่อนไขว่าถ้าเผื่อฝ่ายหนึ่งใช้อาวุธ อีกฝ่ายหนึ่งในก็ต้องพยายามหาของมาเพื่อต่อสู้เพราะฉะนั้น โกลาหล กลียุคมันต้องเกิดแน่ถ้าอีกฝ่ายมีอาวุธ ฝ่ายหนึ่งไม่มีมันก็ต้องหาทางให้มีให้ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่เรากังวลมาก ข้อมูลข่าวสารตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า มีแน่นอน หลังจากนั้นเราก็มีการตรวจสอบข่าวว่ามีการยืนยันมากน้อยแต่ไหน ก็เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าในวันที่ ๒๐ จะมีการนำกำลับของสองฝ่าย ฝ่ายพันธมิตรไม่มีอาวุธเราเชื่อ แต่อีกฝ่ายมีอาวุธ เพราะงั้นฝ่ายมีอาวุธจากการ
 
 
 
คิดว่าจะทำยังไงให้ฝ่ายที่ไม่มีอาวุธได้สยบหรือหยุด แต่ไม่ มันเป็นไปไม่ได้ เรื่องของการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับประชาชน ก็ต้องถึงขั้นแตกหัก ถามว่าตรงนั้นใครล่ะที่จะไปยับยั้งในเรื่องของการสูญเสียและเสียหายนั่นคือเป็นเหตุอีกอันหนึ่ง รวมถึงที่พูดว่าองค์กรอิสระต่างๆก็คงเห็นอยู่ กกต.ก็ทำผิดกฏหมายต้องถูกดำเนินคดี อันนี้มันก็เป็นองค์กรที่ถูกการควบคุมนี่เป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมว่า ที่สำคัญ คือ คำว่าชาติ  มันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เมื่อองค์ประกอบตรงนี้มันสับสนของคำว่าชาติแล้วนี่ต้องมาทบทวน

ท่านประเมินความรู้สึกของผู้คนในกองทัพโดยเฉพาะระดับกลางถึงระดับสูงเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการทำเช่นนี้

คือมันเป็นจุดที่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่า ผมเป็นผู้นำกองทัพ ที่เป็นมุสลิม อันนี้เป็นจุดที่ผมจะทำอะไรผมจะต้องคิดว่ากำลังพลทุกคนในกองทัพรับได้ อันนี้เป็นจุดสำคัญของการบริหาร โดยเฉพาะตัวผมเอง อันนี้เป็นเรื่องของบุคคลน่ะ เพราะฉะนั้นผมต้องดูตรงนี้เป็นจุดใหญ่ การคิดจะทำอันนี้ทุกคนในกองทักในทุกระดับต้องเห็นพร้อม ที่จะต้องทำ เพราะปัจจัยของเรา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ฉะนั้นสี่ตัวนี่ทุกคนเห็นด้วยไหม ทุกคนในกองทัพ การี่ทุกชาติที่จะทำการรบการรัฐประหารใดๆก็ตามในระดับผู้บังคับกองพันขึ้นมาต้องเห็นด้วย ผู้การกรมจะเห็นด้วย แต่ผู้พันไม่เห็นด้วยมันก็ทำไม่ได้ การรบนี่ผู้การของกรมจะเก่งแค่ไหน ถ้าผู้พันแย่ มันรบไม่ได้ เพราะงั้นมันจะเก่งไม่เก่งอยู่ที่ระดับผู้พัน ผู้กันเอา ผู้การ ผบ.พล เอา แม่ทัพเอา ถ้าทุกคนเป็นอย่างนี้หมด

อันนี้จากที่ท่านเชื่อ คือวัดจากหนึ่งรัฐประหารสำเร็จโดยความร่วมมือ หรือวัดจากที่เราได้ยึดอำนาจแล้ว

การจะทำอะไรพวกนี้ผมเชื่อได้ว่า เราต้องวัดใจกันก่อน วัดใจทีหลังไม่ได้ คนเราทุกคนเมื่อเราพูดเราคุยเราจะรู้ว่าทุกคนมีความห่วงชาติบ้านเมืองแค่ไหน อยู่ดีๆพอทำแล้วก็ ถ้าอย่างนี้เขาไม่ลุกขึ้นมาก็เสร็จ ทุกคนมีความรู้สึกว่าปัญหาเรื่องชาติต้องมาก่อน

แสดงว่าคนในกองทัพพอจะรู้เป็นนัยๆแล้วว่ามันต้องเกิดสิ่งเหล่านี้

ถูก

ความคิดของทหารที่บอกว่า แตกแยก พอทำแล้ว มันเยียวยาความแตกแยกในกองทัพหรือไม่


ผมว่า ความแตกแยกเกิดจาก เอ่อ...เรื่องของชาติ บ้านเมือง ทหารทุกคนรักอยู่แล้วแต่ความขัดแย้งตรงนี้มันไม่เกี่ยวกับกองทัพน่ะมันเป็นเรื่องความรู้สึกของคนสองคน สองความคิด สมมติว่ามันเกิดตรงนี้ปุ๊บ มันก็เหมือนกันว่า เยียวยาของมันเองไปในตัว เพราะมันเกิดความอึดอัด พอปัญหาตรงนี้มันจบ สิ่งที่อึดอัดอยู่ในสมองก็หายไป เหมือนคนกรุงเทพอึดอัดนอนไม่หลับพอถึงวันนั้น วันรุ่งขึ้นทุกคนหายใจออก มีความรู้สึกว่ามันโล่งอก  ก็เหมือนกัน ทหารก็เป็นอย่างนั้น

ด้วยความเคารพท่านน่ะครับ แต่ต้องการถามให้สะเด็ดน้ำ อย่างที่ตั้งต้นว่า นักวิชาการบางคนบอกว่าลึกๆแล้วมันคืออย่างน้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะตำแหน่งหน้าที่ถูกคุกคาม จริงๆถ้าไม่มีสิบเก้ากันยา นายกฯกลับมาจะมีการรื้อย้ายล้างบางกองทัพ

               
อันนี้เราตอบไม่ได้เราไม่รู้จริงๆ

ข่าวสารมีบ้างไหมครับ

ไม่มี (เน้นเสียง)...ผมไม่รู้จริงๆ เพราะผมเองถ้าจะย้ายผม ต้องมีเหตุมีผลน่ะ การที่อยู่ดีๆจะย้าย ผบ.เหล่าทัพสักคนหนึ่งไปนี่ ถามว่าในช่วงที่ผ่านมา ผมมีอะไรเหรอที่ทำให้เกิดข้อบกพร่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรืออะไรทั้งสิ้นเพียงแต่บอกว่า เรื่องของการชุมนุมโดยประชาชนนั้นอย่าเพิ่งใช้กองทัพ ขอให้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อน

อันนี้ที่เสนอแนะนายกฯไป
               
คุย เสนอทุกคนว่า การใช้กองทัพ ต้องใช้ภายใต้กรอบที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน ถ้าเผื่อเอาไปใช้โดยที่ไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นผิด  ใช้ทหารไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ

ถ้าอดีตนายกฯกลับมาต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน
               
ต้องประกาศแล้วทหารถึงจะออกตามคำสั่งรัฐบาล

คือถ้าไม่มีสิบเก้าคาดว่าอดีตนายกฯจะมาประกาศภาวะฉุกเฉิน
               
ก็อยู่ที่วันที่ ๒๐ ว่า สถานการณ์จะแรงไม่แรง

ที่นี้เราต้องทำวันที่ ๑๙ เพราะไม่อยากถูกอดีตนายกฯใช้หรือเปล่า
               
เราไม่รู้น่ะว่า วัน  ๑๙ คือวันอะไร แต่รู้ว่า วันที่ สิบเก้า คือวันที่ทุกอย่างพร้อม ถ้าเผื่อไปทำวันที่ ๒๐ ก็ไม่ได้แล้วเพราะวันที่ ๒๐ เป็นวันเผชิญแล้ว เพราะฉะนั้นต้องทำให้เสร็จซะก่อน

 
 
     
  เพราะฉะนั้นสรุปได้ไหมว่า ทำวันที่ ๑๙ เพราะไม่อยากให้การเมืองมาใช้กองทัพไปทำตรงนั้นด้วย
               
ไม่ได้คิดตรงนั้น คิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดมีการปรับเปลี่ยนที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด และเรียบร้อยที่สุด เพราะวันที่ ๑๙ ถือเป็นวันที่น่าจะลงตัวที่สุด


 
 

การอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นจอ ปลด ผบ.ทบ. อันนี้เป็นคำตอบที่สะท้อนอะไร
               
ผมมองว่า การที่จะทำการปฏิรูปหรือปฎิวัติรัฐประหาร ข่าวมันรั่ว สื่อสารสมับปัจจุบันมันแป๊บเดียวก็สามารถทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ การที่เราจะทำอย่างนี้มันรั่วตั้งแต่ตอนบ่ายๆ บ่ายสิบเก้านี่เย็นๆนี่รู้แล้ว

อ๋อ..ฝ่ายนั้นก็เริ่มเตรียมการ

               
มันเริ่มขยับตัวนี้ก็รู้แล้ว...

ท่านยืนยันว่าไม่ได้มี 19 กันยาเพราะมีอีกฝ่ายหนึ่งมาคุกคามกดดันโยกย้ายเรา

               
ไม่น่าจะเกี่ยว แล้วผมก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วย

ท่านคิดว่าการก่อรูปความคิด 19 กันยาที่เป็นรูปเป็นร่างจริงๆ สักกี่เดือน

คือ จริงๆแล้วจะทำปฏิรูป ไม่ต้องใช้อะไรมากมาย เพราะว่าเรามีแผนปฐพี ๑๔๙ ซึ่งเป็นแผนที่ใช้ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในกรุงเทพมหานคร แต่ในขณะเดียวกัน เราได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการสกัด กั้นความเคลื่อนไหวของฝูงชนที่จะมาเพิ่มทำให้มวลชนในกรุงเทพขยายตัวถ้าเกิดมีการชุมนุมของประชาชน เพราะงั้นแผนตรงนี้จะต่อเนื่องกัน ปฐพี ๑๔๙ในกรุงเทพ แต่เราเพิ่มในเรื่องของการสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนมาเพิ่มเติมในกรุงเทพถ้าเกิดมีการชุมนุม ๑๔๙ ถ้าเกิดการชุมนุมก็คือการดูแลความสงบเรียบร้อยของพันธมิตร ตอนนั้นเราก็เพิ่มเติมอีกนิดเดียวไม่ต้องยาก คือ อย่าให้มีการเพิ่มเติมในส่วนภูมิภาคต่างๆเข้ามากรุงเทพ ที่จะมาสนับสนุนพันธมิตร อันนี้คือแผนที่เพิ่มเติม เพราะนั้นแผนทั้งสองแผนที่ประกบกันเข้าไปเรามาใช้ในเรื่องของการปฏิรูป

ในเชิงปฏิบัติการที่มีข่าวว่าระดับแม่ทัพนายกองจริงๆมีท่านกับ พล.อ.อนุพงศ์ เท่านั้นที่รู้จริงหรือไม่

ใช่ ...ความจริงเรื่องพวกนี้อย่าง บอก เราต้องอ่านใจกันก่อน ผมจะต้องถามแม่ทัพสี่มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบ้านกับเมืองจงรักภักดีมากน้อยแค่ไหน คืออย่างนี้เป็นเรื่องที่เราต้องทำ ถามแม่ทัพ ๔ ถามทัพ ๓ สพรั่ง ถามแม่ทัพ ๑ ผู้การกรม ผู้พันเป็นยังไง อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาในระดับทุกคนจะต้องศึกษาในเรื่องของใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้หมด

คือต้องอ่านขาด
               
ต้องอ่านขาดให้ได้

แต่ว่าพอนาทีปฏิบัติ


นาทีปฏิบัติจริง แม่ทัพ ๑ จะต้องเอากับเรา

ติดตาม เปิดหัวใจ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ลึกกว่า “ลับ ลวง พราง” (ตอนที่  2) เพื่อหาคำตอบการเตรียมการปฏิวัติ 19 กันยา พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รู้ล่วงหน้ากำหนดการปฏิวัติกี่วัน ???

 
   
 
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
 
 
จำนวน ครั้งที่แสดง
 
     

 
 
 

CIVILVOICE.NET. All right free. free stats